ทูตจีนมอบเงินช่วยน้ำท่วมภาคใต้ นายกฯ ขอบคุณ ย้ำใช้ฟื้นฟูชีวิตประชาชนอย่างโปร่งใส–เป็นธรรม สะท้อนมิตรภาพ “ไทย–จีน พี่น้องกัน”
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้นำคณะนักการทูต ผู้แทนสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีน หอการค้าไทย–จีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน รวมกว่า 80 คน เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งมอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทยอย่างเป็นทางการ โดยยอดเงินบริจาครอบนี้รวมกว่า 30 ล้านบาท จากสถานทูตจีนและองค์กรจีนในประเทศไทย
เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย ระบุว่า ภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพิ่งเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ กระทบประชาชนและทรัพย์สินจำนวนมาก รัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนรู้สึกห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า “จีนและไทยเป็นญาติที่ดี มิตรสหายที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี” ที่ร่วมกันฟันฝ่าความท้าทายและภัยธรรมชาติมาโดยตลอด องค์กรของจีนทั้งในประเทศไทยและจีนแผ่นดินใหญ่ได้ทยอยส่งความช่วยเหลือต่อเนื่องตั้งแต่น้ำท่วมเริ่มเกิดขึ้น รวมเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ก่อนที่จะรวบรวมเพิ่มเติมอีกกว่า 30 ล้านบาทมอบผ่านนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้
เอกอัครราชทูตฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นหลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดพลังความร่วมมือใหม่ ทั้งด้านการค้า การส่งเสริมสินค้าเกษตร เช่น ข้าว รวมถึงการแลกเปลี่ยนประชาชนและความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ จีนเชื่อมั่นว่าภายใต้พระบารมีและการนำของรัฐบาลไทย พื้นที่ประสบภัยจะสามารถฟื้นฟูบ้านเรือนและเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ นายสมัย กวักเพฑูรย์ ประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ และคณะ ยังได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อมอบเงินบริจาคสมทบ “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อีกทางหนึ่ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีน สถานทูตจีน สมาคมชาวไทยเชื้อสายจีน วิสาหกิจจีนในประเทศไทย รวมถึงทุกองค์กรที่ร่วมส่งน้ำใจช่วยประชาชน โดยย้ำว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และยืนยันว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการเงินบริจาคอย่างโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ และเร่งฟื้นเศรษฐกิจของประชาชนในภาคใต้โดยเร็วที่สุด พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
















