หน้าแรก กิจกรรมสมาคมฯ หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3 เปิดเวทีถอดบทเรียนดูงานจีน เจาะ AI–หุ่นยนต์–โดรน เชื่อมศักยภาพเทคโนโลยีสู่โอกาสธุรกิจไทย

หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3 เปิดเวทีถอดบทเรียนดูงานจีน เจาะ AI–หุ่นยนต์–โดรน เชื่อมศักยภาพเทคโนโลยีสู่โอกาสธุรกิจไทย

9

หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3 เปิดเวทีถอดบทเรียนดูงานจีน เจาะ AI–หุ่นยนต์–โดรน เชื่อมศักยภาพเทคโนโลยีสู่โอกาสธุรกิจไทย

หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3 (บทจ.3) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันองค์ความรู้จากการศึกษาดูงานต่างประเทศ เปิดเวทีให้ผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงทิศทางของ AI หุ่นยนต์ และโดรน ตลอดจนวิเคราะห์โอกาสในการนำองค์ความรู้มาปรับใช้กับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ ภาครัฐ และการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ ห้องเพชรชมพู ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ซึ่งหลักสูตรจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมมือกับศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group (CMG) และหอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

กิจกรรมเริ่มการนำเสนอของ กลุ่มมังกรและกลุ่มกิเลน ซึ่งร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากการศึกษาดูงาน ณ AGIBOT โดยมุ่งเน้นความก้าวหน้าด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ประเทศจีนกำลังเร่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ่นยนต์ Humanoid ที่ได้รับการออกแบบให้มีรูปร่าง การเคลื่อนไหว และการตอบสนองใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น

จากการศึกษาดูงานพบว่า หุ่นยนต์รุ่นใหม่มีพัฒนาการทั้งด้านการทรงตัว การเคลื่อนไหว การใช้แขน มือ และนิ้วในการหยิบจับสิ่งของ รวมถึงความสามารถในการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม โดย AI ถูกนำมาใช้เป็นระบบประมวลผลสำคัญเพื่อช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับข้อมูล เรียนรู้ และปฏิบัติงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น แม้ในปัจจุบันหุ่นยนต์ยังต้องอาศัยมนุษย์ในการกำหนดคำสั่ง ป้อนข้อมูล และฝึกระบบในหลายด้าน แต่แนวโน้มการพัฒนาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง

ผู้ร่วมเสวนายังแลกเปลี่ยนมุมมองว่า จีนไม่ได้พัฒนาหุ่นยนต์และ AI ไว้เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่เริ่มนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นระบบลำเลียงสินค้า การประกอบชิ้นส่วน งานโลจิสติกส์ งานบริการ รวมถึงงานที่มีความเสี่ยงต่อมนุษย์ ขณะที่ในภาคการแพทย์ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับระบบจัดยาและส่งยา หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูผู้ป่วย ตลอดจนการช่วยผ่าตัดและการผ่าตัดทางไกล ซึ่งต้องดำเนินควบคู่กับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความแม่นยำ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

อีกประเด็นสำคัญจากการแลกเปลี่ยนคือ ปัจจัยที่ทำให้จีนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ร่วมเสวนามองว่าเกิดจากการกำหนดทิศทางด้านเทคโนโลยีไว้ในระดับนโยบายประเทศ ทำให้ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งมีระบบสนับสนุนนักลงทุนและผู้ประกอบการ รวมถึงการพัฒนา Supply Chain และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม

ในมุมของประเทศไทย ผู้ร่วมเสวนาเห็นว่า ไทยมีโอกาสนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้ได้อีกมาก แต่ต้องพัฒนาควบคู่กันหลายด้าน ทั้งระบบข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการพัฒนาทักษะบุคลากร โดยเฉพาะในช่วงที่ AI และระบบอัตโนมัติกำลังเข้ามามีบทบาทต่อโครงสร้างการทำงานของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนถึงแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยมองว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับจีนในทุกมิติของเทคโนโลยี แต่สามารถสร้างบทบาทในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การตั้งศูนย์ฝึกอบรม และการเชื่อมโยงกับตลาดอาเซียน ซึ่งประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและความเข้าใจบริบทของภูมิภาค

หลังจากช่วงถาม-ตอบ กลุ่มหงส์และกลุ่มสิงห์ ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากการศึกษาดูงาน ณ Suzhou Industrial Park (SIP) โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนและระบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจีนมีการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การทดสอบ การขออนุญาต ตลอดจนการนำโดรนไปใช้งานในภาคส่วนต่าง ๆ

ผู้ร่วมเสวนาระบุว่า ปัจจุบันโดรนมีบทบาทมากกว่าการเป็นอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพ โดยถูกนำมาใช้ในภาคการเกษตร การขนส่ง การสำรวจ การเฝ้าระวัง การตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตัวอย่างเช่น การนำโดรนไปสำรวจพื้นที่เกษตรและใช้ AI วิเคราะห์ภาพเพื่อค้นหาความผิดปกติของพืช หรือการใช้โดรนส่งสิ่งของและสำรวจพื้นที่ในสถานการณ์น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยานพาหนะทั่วไปเข้าไม่ถึง

ในภาคอุตสาหกรรม โดรนยังสามารถนำมาใช้ตรวจสอบโรงงาน ระบบสาธารณูปโภค หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ช่วยลดภาระและความเสี่ยงของบุคลากร ขณะเดียวกัน เมื่อเชื่อมต่อกับ AI และระบบข้อมูล โดรนสามารถเปลี่ยนจากอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมจากระยะไกล ไปสู่เครื่องมือที่ช่วยประมวลผลข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนามองว่า โอกาสทางธุรกิจของไทยในอุตสาหกรรมโดรนไม่ควรหยุดอยู่ที่การนำเข้า Hardware จากต่างประเทศ แต่ควรขยายไปสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม AI ระบบข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งาน เพราะองค์ประกอบเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

การศึกษาดูงานยังทำให้เห็นความแตกต่างด้านระบบสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยพื้นที่อุตสาหกรรมในจีนมีลักษณะการดำเนินงานแบบ One Stop Service ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัย การผลิต การทดลอง การทดสอบ ไปจนถึงการขออนุญาตและนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการพัฒนานวัตกรรม

สำหรับประเทศไทย ผู้ร่วมเสวนาเห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงการทำงานของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาควิจัยมากขึ้น รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการนำผลงานวิจัยไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศและต่อยอดสู่ตลาดได้

อีกหนึ่งสาระสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึง คือ บทบาทของ AI และหุ่นยนต์ต่ออนาคตของแรงงาน โดยผู้ร่วมเสวนามองว่า เทคโนโลยีควรถูกนำมาใช้ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยมนุษย์ทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน และลดความเสี่ยง มากกว่ามองในมิติของการเข้ามาแทนที่แรงงานทั้งหมด การเตรียมความพร้อมของบุคลากรจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคต

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการนำประสบการณ์จากการศึกษาดูงานต่างประเทศกลับมาถอดบทเรียน แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทย โดยสะท้อนให้เห็นว่า AI หุ่นยนต์ และโดรน กำลังมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โอกาสของประเทศไทยอยู่ที่การพัฒนาคน สร้างองค์ความรู้ พัฒนาระบบและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว