สื่อไทยเยี่ยมชมศูนย์กลางของขวัญการทูตระดับโลก
ปักกิ่ง, ประเทศจีน – เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา คณะผู้เข้าอบรมโครงการพัฒนาทักษะผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนไทย (สบทจ.1) ได้เยี่ยมชม ศูนย์บริหารจัดการของขวัญและโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมส่วนกลางของจีน แหล่งรวบรวมของขวัญทางการทูตล้ำค่าที่ผู้นำนานาชาติต่างมอบให้แก่ผู้นำระดับสูงของจีนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเยี่ยมชมครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสถึง “soft power” ของจีนผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และนัยทางการทูตที่ซ่อนอยู่ในของขวัญแต่ละชิ้น
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ศูนย์จัดแสดง คณะได้พบกับ ฉากแกะสลักไม้ ที่สื่อถึงแนวคิด “มีมิตรสหายมาจากแดนไกล” เป็นการแสดงออกถึงการต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น บริเวณด้านหลังของฉากไม้ยังประดับประดาด้วยลวดลาย “ร้อยบุปผา” ซึ่งเป็นการแกะสลักดอกไม้ที่เป็นตัวแทนจาก 54 ประเทศทั่วโลก สื่อถึงมิตรภาพอันหลากหลายที่จีนมีกับนานาประเทศ

อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งคือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ที่มีความยาวถึง 17.45 เมตร มีชื่อว่า “志合越山海” (จื้อเหอ เยวี่ยซานไห่) ซึ่งแปลว่า “หากมีความมุ่งมั่นที่สอดคล้องกัน แม้ภูเขาและทะเลก็ไม่อาจขวางกั้นได้” ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้น และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทั้งปวง
สำหรับของขวัญที่มาจากประเทศไทยและโดดเด่นเป็นอย่างยิ่งคือ ช้างแกะสลักไม้สักกำลังขนไม้ ซึ่ง พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มอบให้กับ เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำสูงสุดของจีน ในระหว่างการเยือนประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2521 (1978) ของขวัญชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนภายหลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ภายในศูนย์ฯ ยังมีของขวัญสำคัญอื่นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระดับโลก อาทิ หงส์พอร์ซเลน (Porcelain Swans) ที่ ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐอเมริกามอบให้กับ เหมา เจ๋อตง ในนามของประชาชนชาวอเมริกัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2515 (1972) ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยุติความขัดแย้งและเริ่มต้นความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาในยุคสงครามเย็น
อีกหนึ่งของขวัญที่น่าสนใจคือ แจกันขนาดใหญ่สูง 2.2 เมตร ที่ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ มอบให้กับผู้นำจีนในปี 2543 (2000) โดยแจกันนี้ตกแต่งด้วยลวดลายนกหงส์สีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล
และความน่ารักของมิตรภาพระหว่างประเทศยังสะท้อนผ่าน ภาพวาดจากลูกชายของเดวิด แคเมอรอน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งมีข้อความภาษาจีนเขียนว่า “欢迎来我家” (หวนอิ๋งไหลหว่อเจีย) แปลว่า “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรา” เป็นการแสดงออกถึงไมตรีจิตผ่านมุมมองที่ไร้เดียงสาของเด็ก
นอกจากของขวัญที่กล่าวมาแล้ว ในรายงานข่าวฉบับที่สองยังได้กล่าวถึง ชุดไม้ปิงปอง อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ “การทูตปิงปอง” (Ping-Pong Diplomacy) ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็น โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่ เหมา เจ๋อตง ตอบรับคำเชิญของสหรัฐฯ ให้ ทีมนักปิงปองสหรัฐอเมริกา ที่กำลังแข่งขันอยู่ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ปี 2514 (1971) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน มีท่าทีเปิดกว้างในการปรับความสัมพันธ์กับจีน และนำไปสู่การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตในที่สุด ซึ่ง ลูกปิงปองขนาดเล็ก ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระดับโลกได้อย่างน่าทึ่ง
การเยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการของขวัญและโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเปิดโลกทัศน์ด้านการทูตและศิลปวัฒนธรรมให้แก่คณะสื่อมวลชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทของ “soft power” ที่จีนใช้ในการสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมความสัมพันธ์ และเสริมสร้างบทบาทบนเวทีโลกผ่านของขวัญอันทรงคุณค่าและความหมายอีกด้วย
















