หน้าแรก การศึกษา International Youth Art Exchange ครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน

International Youth Art Exchange ครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน

92

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ผ่านงานศิลปะ เปิดนิทรรศการเชิงวัฒนธรรม สะท้อนพลังศิลปะข้ามกาลเวลา เล็งปูทางสู่เครือข่ายวิชาการระดับเอเชีย

วิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยการเปิดงาน “International Youth Art Exchange Exhibition – Bangkok” นิทรรศการศิลปะระดับนานาชาติที่นำเสนอผลงานของเยาวชนจากทั้งสองประเทศ สะท้อนความงดงามทางวัฒนธรรมและพลังสร้างสรรค์ที่ไร้พรมแดน โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร. ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา ,อาจารย์โหยว เสียง คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน , ผศ. กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ , Li Dawei จาก Xiamen University , Xiang Rencong จาก Hubei Institute of Fine Arts , ดร. ศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์ อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตัวแทนจาก Singapore Arts College , และผู้ร่วมแสดงผลงาน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณ ชั้น 1 อาคารอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–6 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 2 อาคาร 5 และชั้น 1 อาคารอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ,คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ตลอดจนมหาวิทยาลัยพันธมิตรจากจีน

นิทรรศการนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงพลังของศิลปะในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกถึงมุมมองต่อโลกยุคใหม่ผ่านผลงานที่หลากหลาย พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสองชาติ

ผศ.ดร. ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยถึงความสำคัญของการจัดนิทรรศการ International Youth Art Exchange Exhibition – Bangkok ว่า งานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนพลังของศิลปะในการเชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างสองวัฒนธรรม พร้อมถ่ายทอดมุมมองจากศิลปินไทย–จีน สามเจเนอเรชัน ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่หลากหลาย

“ศิลปะในนิทรรศการครั้งนี้เป็นทั้งภาพวาดและสื่อสร้างสรรค์ที่ศิลปินรุ่นต่าง ๆ ถ่ายทอดมุมมองของตนออกมาผ่านบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ทั้งยังสะท้อนแนวคิดเรื่องการข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรมและเวลา จากอดีตสู่ปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา 50 ปีของความสัมพันธ์ไทย–จีน” ผศ.ดร. ศิริเดช กล่าว

ผศ.ดร. ศิริเดช กล่าวต่อว่า การมีส่วนร่วมของศิลปินทั้งสามรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นบุกเบิก รุ่นกลาง หรือรุ่นใหม่ ช่วยเปิดมุมมองทางศิลปะที่แตกต่างกันออกไปตามช่วงวัย สร้างความลุ่มลึกทางความคิด และชวนให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญถึงอัตลักษณ์ร่วมและความเปลี่ยนแปลงของสังคมทั้งในไทยและจีนในยุคปัจจุบัน โดยผลงานแต่ละชิ้นมีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งในด้านเทคนิค แนวคิด และที่มาของแรงบันดาลใจ ซึ่งเมื่อผู้ชมได้สัมผัสกับเรื่องราวเบื้องหลังของงานศิลป์เหล่านี้แล้ว จะไม่เพียงได้รับความรู้เท่านั้น แต่ยังได้รับ ‘ประสบการณ์ร่วม’ ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ

นิทรรศการครั้งนี้จึงมีเป้าหมายในการเป็นพื้นที่สื่อสารที่ลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เพื่อแสดงผลงาน แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานทางวัฒนธรรมเชื่อมต่ออดีตกับปัจจุบัน และส่งต่อสู่อนาคต ให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจถึงวิถีคิด วิถีชีวิต และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของผู้คนในรุ่นก่อนอย่างมีชีวิตชีวา

“นี่คือพลังของศิลปะในการสร้างความสุนทรีย์ สร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมความเข้าใจระหว่างผู้คนจากต่างวัฒนธรรม เราหวังว่านิทรรศการในวันนี้จะบรรลุเป้าหมาย ทั้งในด้านศิลปะและความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและมหาวิทยาลัยในประเทศจีน” ผศ.ดร. ศิริเดช กล่าวสรุป

ด้านอาจารย์โหยว เสียง คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนทั้งสองประเทศ พร้อมเปิดเวทีให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงออกทางความคิดและความสร้างสรรค์ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนความร่วมมือด้านศิลปศึกษาในระดับนานาชาติ เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอนาคต

อีกทั้งวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของศิลปะในฐานะภาษาสากลที่ไร้กำแพงวัฒนธรรม จึงได้ริเริ่มนิทรรศการนี้ขึ้น โดยเชิญชวนมหาวิทยาลัยและแกลเลอรีทั้งในไทยและจีนเข้าร่วม เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างเยาวชนศิลปินจากทั้งสองประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังระหว่างสถาบันศิลปกรรมชั้นนำ ประกอบด้วย Xiamen University , Hubei Institute of Fine Arts, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, และ Singapore Arts College

โดยนิทรรศการประกอบด้วยผลงานมากกว่า 140 ชิ้น จากศิลปินเยาวชนรุ่นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญที่สะท้อนอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่าน 3 แนวผลงานหลัก คือ 1.กลุ่มศิลปะเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและโบราณสถาน ที่สะท้อนภาพของชุมชนชาวจีนโพ้นทะเล โดยเฉพาะกลุ่มจากมณฑลกวางตุ้ง ที่อพยพมาตั้งรกรากในไทย และได้เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมไว้แม้ในขณะที่ต้นทางในจีนเริ่มเลือนหาย เช่น ภาพวาดชุมชนโบราณ อาคารไม้สถาปัตยกรรมดั้งเดิม และการแต่งกาย 2. กลุ่มศิลปะร่วมสมัยและดิจิทัล ที่ถ่ายทอดมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับวัฒนธรรม เช่น งานภาพกราฟิกดิจิทัลที่ตีความสัญลักษณ์จีนในมุมใหม่ งานวิดีโออาร์ต และแอนิเมชันที่สื่อสารแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม และ 3. กลุ่มศิลปะเชิงวิชาชีพและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยี เช่น Blockchain และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างคุณค่าทางศิลปะใหม่

“เราต้องการให้เยาวชนมองศิลปะในมุมที่กว้างกว่าความงาม แต่เป็นเครื่องมือในการบันทึกประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดความรู้สึก และสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน” อาจารย์โหยว กล่าว

นอกจากนี้ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยังกล่าวอีกว่า ความสำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีโชว์ผลงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการในระดับภูมิภาค เพราะงานในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรก ทว่าจะเกิดสมาคมความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมไทย–จีน ที่เชื่อมโยงเครือข่ายของมหาวิทยาลัยในเอเชีย เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นแม่งานระหว่างกัน

อย่างไรก็ตามในวันนี้ที่เปิดนิทรรศการ มีแขกผู้มีเกียรติจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง รวมถึงศิลปินแนวหน้าระดับนานาชาติ อย่างศิลปินผู้เคยจัดแสดงผลงานในนิวยอร์กและโตเกียว ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในศิลปินภาพวาดผู้ทรงอิทธิพลของจีน รวมถึงศาสตราจารย์ ดร. ศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์ อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมสีน้ำมันที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

“การที่มหาวิทยาลัยของเราได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ คือความภาคภูมิใจ และเราหวังว่าเวทีนี้จะกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมสร้างสะพานเชื่อมโยงใจระหว่างสองชาติ” อาจารย์โหยว กล่าวปิดท้าย

ขณะที่หนึ่งในผลงานศิลปะที่โดดเด่นใน International Youth Art Exchange Exhibition – Bangkok คือผลงานของ นางสาวอนัญญา พาณิชย์พิศาล ศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานฤมิตศิลป์ เอกกราฟิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้นำเสนอภาพวาด ภายใต้ชื่อ “Forgiven” ซึ่งเป็นแนวคิดทางจิตวิญญาณผ่านงานภาพวาดสีน้ำที่สะท้อนการเยียวยาตนเองจากภายใน

นางสาวอนัญญา เผยว่า แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะคริสเตียน โดยในช่วงที่เข้ารับศาสนา เคยตั้งคำถามกับตนเองว่า “เราเป็นคนผิดหรือไม่ต่อสิ่งต่างๆ ในโลกนี้” ซึ่งคำถามนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาความเข้าใจในตัวเอง ผ่านการอ่านพระคัมภีร์อย่างต่อเนื่อง จนพบข้อความหนึ่งที่ว่า “หากเราให้อภัย ผู้อื่น เราก็จะได้รับการให้อภัยเช่นกัน”

“สำหรับผลงานชิ้นนี้ ใช้เวลารังสรรค์ประมาณ 3–4 วัน โดยเลือกใช้เทคนิค สีน้ำบนกระดาษ แทนงานดิจิทัลที่คุ้นเคยเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นความท้าทายไม่น้อย ทั้งในด้านการควบคุมสื่อและเวลาในการทำงาน อีกทั้งแม้ว่าอาจารย์ที่ชักชวนให้เข้าร่วมในนิทรรศการจะไม่ได้เดินทางมาร่วมงานด้วยตนเอง แต่ก็ต้องขอขอบคุณที่ได้รับโอกาสในการถ่ายทอดผลงานซึ่งผสานทั้งศิลปะ ความเชื่อ และการเยียวยาทางใจ ในเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้” นางสาวอนัญญา กล่าวทิ้งท้าย