กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดเกมรุก! “อรรถกร” เดินหน้าแผน Quick Win ดึงนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคนใน 3 เดือน ผนึกแพลตฟอร์มยักษ์จีน–เซ็น MOU เมืองท่องเที่ยว 6 แห่ง กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยรับไฮซีซั่น

19

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุก “Quick Win” เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและเร่งดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับสู่ประเทศไทยอีกครั้ง โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ว่าเป้าหมายสำคัญของแผนดังกล่าว คือการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาให้ได้ 2 ล้านคนภายในระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นที่เหมาะสมต่อการสร้างผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชนไทย–จีน และพันธมิตรด้านสื่อและเทคโนโลยี เพื่อย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรต่อผู้เดินทาง

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ใน 27 พื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวร้านอาหารท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การเดินทางชมธรรมชาติ การท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว รวมถึงการเปิดเส้นทาง Road Trip เชื่อมโยงไทย–จีน–ลาว เพื่อตอบสนองกลุ่มนักเดินทางที่นิยมขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรแพลตฟอร์มท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของจีน เช่น Fliggy, Dianping, Tuniu และ MaFengWo รวมถึงสื่อระดับโลกอย่าง National Geographic ที่ร่วมช่วยถ่ายทอดจุดหมายปลายทางของไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวต่างประเทศ.

ในด้านแผนการสื่อสาร กระทรวงได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำของจีน เช่น Meituan–Dianping เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน พร้อมสร้างกระแสผ่าน Xiaohongshu ด้วยแคมเปญและแฮชแท็ก #泰好了放假游 หรือ “ไทยดีมาก เที่ยววันหยุด” เพื่อกระตุ้นการรับรู้ด้านความปลอดภัย ความสนุก และมิตรภาพแบบไทย นอกจากนี้ยังได้ร่วมงานกับ WeTV ผ่านรายการเรียลิตี้ที่ถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าหมายสร้างการเข้าถึงผู้ชมมากกว่า 100 ล้านวิวเพื่อขยายอิมแพคของแบรนด์ “Amazing Thailand” ให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชีย.

ในโอกาสเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับพื้นที่สำคัญของจีนรวม 6 เมือง ได้แก่ มณฑลไห่หนาน ซึ่งประกอบด้วยเมืองซานย่า เมืองไห่โข่ว และเมืองเหวินชาง และมณฑลเจียงซู ซึ่งประกอบด้วยเมืองหนานจิงและเมืองซูโจว รวมถึงบันทึกความร่วมมือกับเมืองหางโจวในมณฑลเจ้อเจียง โดยความร่วมมือเหล่านี้มุ่งใช้เป็นกลไกแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวโดยตรงระหว่างไทย–จีน พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความสนใจของนักท่องเที่ยวจีนยุคปัจจุบัน.

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการยกระดับความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวจีนผ่านการพัฒนา “Green Zones” ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวหลักทั้ง 27 พื้นที่ โดยมีการนำระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง SOS System จากแพลตฟอร์ม “เหวยไท่กว๋อ” หรือ Wei! Taiguo เข้ามาใช้งาน ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินและติดตามสถานะความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ สร้างความอุ่นใจเสมือนอยู่บ้านหลังที่สอง และตอกย้ำว่าประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยสามารถเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยในทุกพื้นที่ที่เดินทางไป.

นายอรรถกรกล่าวทิ้งท้ายว่า แผนงานทั้งหมดมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อยกระดับการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยให้กลับมาครองใจนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้ง ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของไทย ทั้งความงดงาม วัฒนธรรม รอยยิ้ม น้ำใจ และการต้อนรับแบบไทย พร้อมสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเยือนประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมาย 2 ล้านคนภายในเวลาอันสั้น