รัฐบาลไทยจับมือภาคเอกชนเปิดฉากงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี Thailand-China Cooperation Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “Investing for the Future, Growing Together” หรือ ลงทุนเพื่ออนาคต เติบโตไปด้วยกัน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน สู่การเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยชูศักยภาพการรองรับการลงทุนผ่านนโยบาย Thailand FastPass พร้อมจัดเต็มไฮไลต์นวัตกรรมเทคโนโลยี และจุดบริการเบ็ดเสร็จเพื่อนักลงทุนอย่างครบวงจร ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยงานนี้เกิดจากการผนึกกำลังของคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์กรพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ภายในงานมีบุคคลสำคัญและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน นายหลิว เฉวียนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย และนายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษระบุว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ไทยและจีนจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยปีนี้ถือเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งสำหรับห้าสิบปีต่อไปของความสัมพันธ์ทางการทูต นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความสำเร็จจากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง รวมถึงการเข้าร่วมงาน World AI Conference และเปิดสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุนจากจีนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ผ่านมาตรการอำนวยความสะดวกของ BOI และโครงการ Thailand FastPass ซึ่งสามารถช่วยปลดล็อกการลงทุนไปแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท พร้อมกำชับให้ข้าราชการเป็นผู้ให้บริการ เร่งขจัดอุปสรรคจากขั้นตอนราชการและการทุจริต เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
ด้านนายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์เน้นย้ำว่า ปีนี้คือจุดเริ่มต้นของห้าสิบปีทอง บทใหม่ จีนจัดให้ไทยอยู่ในลำดับต้นของการพัฒนาความสัมพันธ์ในนโยบายการทูตรอบบ้าน โดยมองไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อถือได้และพึ่งพาได้เสมอมา พร้อมฝากความคาดหวังต่องาน Expo ครั้งนี้ว่าจะเป็นเวทีสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและเอกชน เป็นเวทีกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การวิจัยพัฒนา และการจัดซื้อในประเทศเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทย รวมถึงเป็นเวทีเชื่อมความสัมพันธ์ระดับประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ในนามคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า งานปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อต่อยอดความสำเร็จ โดยมีผู้ประกอบการบริษัทชั้นนำจากไทยและจีนเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ารวมกว่า 670 บูธ ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ยานยนต์พลังงานใหม่ พลังงานสะอาด ระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการจัดพื้นที่ให้บริการแบบครบวงจรผ่าน Consultation Zone ซึ่งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้รับความร่วมมือจาก 9 หน่วยงานรัฐ อาทิ BOI, EEC, กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากร มาคอยให้คำปรึกษาครบทุกมิติตั้งแต่สิทธิประโยชน์ไปจนถึงการจ้างงาน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีความโดดเด่นจากโซนแสดงนวัตกรรมหุ่นยนต์ระดับโลก จาก 3 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ UBTECH, AGIBOT และ DOBOT ที่ยกทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุด หุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะ และหุ่นยนต์โลจิสติกส์ระบบ AI มาโชว์ศักยภาพการเดิน วิ่ง เต้นรำ และหยิบจับสิ่งของ พร้อมกันนี้ยังมีการจัด Job Fair ที่รวบรวมตำแหน่งงานจาก 47 บริษัทชั้นนำ เปิดรับสมัครกว่า 3,000 อัตรา และ Education Fair ที่มอบทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรไทยรุ่นใหม่ก้าวสู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี นำไปสู่การสร้างความมั่งคั่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต
โดยในการนี้ Tianjin Normal University หรือ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจิน (天津师范大学) โดย รศ.เฉินเวย ผอ.สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) และ อ.เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) จาก มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ร่วมออกบู้ทด้วย














