หน้าแรก ไม่มีหมวดหมู่ จีนประกาศลุย “แผนแม่บทเขตท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน” ยกระดับเกาะไหหลำสู่เขตการค้าเสรีเต็มรูปแบบ

จีนประกาศลุย “แผนแม่บทเขตท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน” ยกระดับเกาะไหหลำสู่เขตการค้าเสรีเต็มรูปแบบ

7

แผนการสร้างเขตท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่คณะรัฐมนตรีจีนได้ผ่านมติอนุมัติให้รัฐบาลมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) จัดตั้งเขตทดลองการค้าเสรี (自由贸易试验区 Pilot Free Trade Zone) เป็นแห่งที่ ๑๒ ของจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๑ โดยคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และคณะรัฐมนตรีจีนได้ประกาศใช้ “แผนการสร้างเขตท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานโดยรวม” (海南自由贸易港建设总体方案) ซึ่งเป็นการกำหนดรายละเอียดการพัฒนาของไห่หนาน ซึ่ง “แผนการฯ” ดังกล่าวได้กำหนดขอบเขตนโยบายการสร้างเขตการค้าเสรีไห่หนานทั่วทั้งเกาะอย่างชัดเจน และกำหนดรายละเอียดของแผนการอย่างรอบด้าน โดยแยกเป็น ๔ รายการ ได้แก่ เป้าหมายโดยรวม การกำหนดกลไก ขั้นตอนกระบวนการในระยะต่าง ๆ และการจัดตั้งองค์กร
เป้าหมายการพัฒนาเขตท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน มี ๓ ระยะคือ
๑. เมื่อถึงปี ๒๐๒๕ (พ.ศ.๒๕๖๘) จะสร้างระบบนโยบายและกลไกของท่าเรือการค้าเสรีที่ถือเอาความสะดวก การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนเป็นจุดสำคัญ
๒. เมื่อถึงปี ๒๐๓๕ (พ.ศ.๒๕๗๘) จะพัฒนาให้กลายเป็นจุดที่มีความได้เปรียบทางเศรษฐกิจเพื่อเปิดสู่ต่างประเทศ
๓. เมื่อถึงกลางศตวรรษที่ ๒๑ จะกลายเป็นท่าเรือการค้าเสรีระดับสูงที่จะมีอิทธิพลต่อทั่วโลกสร้างความสำเร็จรอบด้าน
สำหรับการกำหนดกลไก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วยการอำนวยความสะดวกใน ๕ ด้านได้แก่ การค้าเสรี การลงทุนเสรี การไหลเวียนเข้าออกในการเดินทางของผู้คน การขนส่งสินค้า และการกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างปลอดภัย ฯลฯ อันจะทำให้มณฑลไห่หนานที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจีน ซึ่งมีพื้นที่ ๓๕,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร และมีอาณาเขตน่านน้ำประมาณ ๒ ล้านตารางกิโลเมตร สามารถพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การบริการที่ทันสมัย อุตสาหกรรมการผลิตนิวไฮเทค ส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ บริการโลจิสติกส์ และการซ่อมบำรุงสินค้าในเขตปลอดภาษีศุลกากร เป็นต้น
อาจกล่าวได้ว่า แผนการสร้างเขตท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน จะทำให้มณฑลไห่หนานเป็นประตูที่สำคัญของจีนในการเปิดสู่ภายนอก โดยเฉพาะการมุ่งหน้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและส่งเสริมโครงการพัฒนาตามข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative : BRI) รวมทั้งทำให้จีนสามารถเปิดตลาดในด้านการโทรคมนาคม อินเตอร์เน็ตและการเงินได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นอีกด้วย

ประมวลโดย พลโท ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.gov.cn/zhengce/2020-06/01/content_5516608.htm )