สถานทูตจีน จับมือ สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ จัดงานเลี้ยงรับรองข้าราชการไทย 40 คน สู่หลักสูตรภาษาจีนกลาง ครั้งที่ 21 ณ กรุงปักกิ่ง ต่อยอดศักยภาพบุคลากรภาครัฐ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีนยั่งยืน
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และรักษาการแทนเอกอัครราชทูต ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ตลอดจนบุคลากรภาครัฐ ในโอกาสจัดงานเลี้ยงรับรองและส่งตัวคณะผู้ได้รับทุนการศึกษาในโครงการอบรมหลักสูตรภาษาจีนกลางสำหรับข้าราชการ ครั้งที่ 21 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างขวัญกำลังใจก่อนออกเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมจีนปักกิ่ง (Beijing Chinese Language and Culture College – BLCC) กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ความเป็นมาของโครงการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและเวทีโลก ทั้งยังเป็นประเทศมหาอำนาจที่เปี่ยมด้วยอารยธรรม มรดกทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนานและเก่าแก่ โดยตัวอักษรจีนได้รับการยอมรับว่ามีการใช้งานต่อเนื่องมายาวนานที่สุด ปัจจุบันภาษาจีนกลางซึ่งเป็นภาษาราชการของจีน มิได้ถูกใช้สื่อสารเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น หากแต่แพร่หลายอย่างกว้างขวางทั่วโลก จากการที่ชาวจีนโพ้นทะเลได้เดินทางไปตั้งถิ่นฐาน ศึกษาต่อ และประกอบธุรกิจในนานาประเทศ ส่งผลให้ภาษาจีนกลางกลายมาเป็นภาษาสากลที่มีบทบาทสำคัญในการติดต่อราชการ การค้า การศึกษา และการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันไทยและจีนต่างมีความผูกพันลึกซึ้งมายาวนาน ทั้งในมิติทางการทูต การค้า สายเลือด และวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยากจะหาความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกันนี้กับประเทศอื่น ตลอดจนมีการเกื้อหนุนช่วยเหลือกันในหลากหลายด้านมาโดยตลอด
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล จึงได้ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมไทย–จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ (Thai–Chinese Cultural Relationship Council – TCCRC) สถาบันภาษาและวัฒนธรรมจีนปักกิ่ง และสถาบันพระปกเกล้า (King Prajadhipok’s Institute – KPI) ภายใต้การประสานงานและสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดโครงการอบรมหลักสูตรนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งพัฒนาทักษะการใช้ภาษาจีนกลางให้แก่บุคลากรภาครัฐ ทั้งข้าราชการ พนักงานหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรม วิถีชีวิต และบริบทสังคมของจีน ตลอดจนเป็นเวทีขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและกระชับมิตรไมตรีระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณค่าเล่าเรียนและค่าที่พักตลอดหลักสูตรจากสำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล
ในการนี้ นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตและรักษาการแทนเอกอัครราชทูต พร้อมด้วย นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดีและให้โอวาทแก่ผู้ได้รับทุนการศึกษา โดยระบุว่านับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมผลักดันให้ข้าราชการไทยเดินทางไปศึกษาภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมจีนถึงกรุงปักกิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่ายมีความแนบแน่นเสมือนพี่น้อง การส่งเสริมด้านการศึกษาและการแลกเปลี่ยนบุคลากรจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและยกระดับความร่วมมือของทั้งสองประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง พร้อมทั้งฝากข้อคิดว่า การเดินทางครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเรียนรู้คำศัพท์หรือไวยากรณ์ แต่เป็นการเปิดโลกทัศน์เพื่อซึมซับวิถีชีวิต กระบวนการทางความคิด และสร้างเครือข่ายมิตรภาพกับเพื่อนชาวจีนและนานาชาติ เพราะในโลกปัจจุบันภาษามิได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่คือกลไกสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะการนำทักษะภาษาจีนมาบูรณาการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทยและจีนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติต่อไป
สำหรับผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นที่ 21 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 40 คน ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเข้มข้นของสถาบันพระปกเกล้า ทั้งการเป็นข้าราชการหรือบุคลากรในหน่วยงานรัฐที่มีอายุไม่เกิน 45 ปีบริบูรณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีทักษะภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับการเรียนการสอน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ได้รับการอนุมัติจากต้นสังกัด และไม่เคยผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้มาก่อน รวมถึงไม่เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ กยศ. ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดจะเข้าศึกษา ณ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 8 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2570 โดยจัดการเรียนการสอนทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และมีกำหนดออกเดินทางจากประเทศไทยในวันที่ 7 กันยายน 2569 ก่อนจะเดินทางกลับสู่ประเทศไทยภายในวันที่ 11 กรกฎาคม 2570 ซึ่งผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาและได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากทางสถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง จะต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 และผ่านเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาตามที่สถาบันกำหนดอย่างครบถ้วน เพื่อนำความรู้และประสบการณ์กลับมาขับเคลื่อนระบบราชการไทยต่อไป
ขอขอบคุณภาพจาก ธนทัต จันทารักษ์ เดลินิวส์














