สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล DPU คว้าแชมป์การแข่งขันกรณีศึกษาการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ครั้งที่ 3 รอบประเทศไทย ชูศักยภาพนักศึกษาสู่เวทีวิชาการ เชื่อมองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การใช้จริง
สำนักบริหารการจัดการด้านการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจีน ร่วมกับศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือทางภาษาจีนแห่งกระทรวงศึกษาธิการจีน (CLEC) และคณะกรรมการชี้นำการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาชีพการศึกษาภาษาจีนนานาชาติแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่ปรึกษา โดยมีสมาคมการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศจีนเป็นเจ้าภาพหลัก มหาวิทยาลัย Northwest Normal University เป็นผู้จัดงาน และสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล DPU เป็นผู้ร่วมจัดงาน การแข่งขันกรณีศึกษาด้านการศึกษาภาษาจีนนานาชาติสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 3 รอบประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “เปิดความคิด สร้างสิ่งใหม่ สานฝันไกลด้วยภาษาจีน” เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ ศาสตราจารย์หวังเสวียซง มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง ร่วมกล่าวเปิดการแข่งขันและต้อนรับผู้เข้าแข่งขัน 11 ทีมสุดท้ายจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยแต่ละทีมนำกรณีศึกษาจากประสบการณ์การสอนภาษาจีนในชั้นเรียนจริงมาวิเคราะห์และนำเสนอ ทั้งด้านปัญหา แนวทางแก้ไข และการออกแบบการเรียนการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนในบริบทที่แตกต่างกัน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวเปิดการแข่งขันว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนมาอย่างต่อเนื่อง เวทีการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นพื้นที่ให้ผู้สอนภาษาจีนได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำองค์ความรู้จากการสอนจริงมาพัฒนาเป็นแนวทางใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ในบริบทของประเทศไทย รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาในระดับนานาชาติ
“การแข่งขันมีเป้าหมายส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาภาษาจีนนานาชาติให้มีคุณภาพ ยกระดับงานวิจัยและการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนให้เหมาะกับบริบทท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาบุคลากรผู้สอนภาษาจีนให้มีสมรรถนะในระดับสากล โดยผู้ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน 11 ทีมสุดท้าย ประกอบด้วยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา อาสาสมัครสอนภาษาจีน และครูผู้สอนภาษาจีน ซึ่งกรณีศึกษาที่นำเสนอสะท้อนทั้งปัญหา แนวทางแก้ไข และประสบการณ์จากห้องเรียนจริงในประเทศไทย” รองอธิการบดีสายงานกิจการต่างประเทศ DPU กล่าว
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกได้เพียง 1 หัวข้อตามความสนใจ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนด้านอารยธรรมจีน ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนภาษา การเผยแพร่วัฒนธรรมจีน และการบูรณาการภาษาและวัฒนธรรม การแข่งขันด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ที่เน้นการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนการสอนภาษาจีน การประยุกต์ใช้ภาษาจีนในบริบทวิชาชีพ ภายใต้แนวคิด “เรียนภาษาจีน ใช้ภาษาจีน และลงมือปฏิบัติจริงในต่างประเทศ” และการติดต่อประสานงานกับต่างชาติ ซึ่งมุ่งพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเดช กล่าวต่อว่า การแข่งขันครั้งนี้ครอบคลุม 4 สนามหลัก ได้แก่ ฮ่องกง–มาเก๊า เกาหลีใต้ เอเชียกลาง และประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเก๊า สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยโฮนัม ประเทศเกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติคีร์กีซ และสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ประเทศไทย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรเพื่อการพัฒนาสถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อในประเทศไทย
ด้าน ศาสตราจารย์หวังเสวียซง มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันกรณีศึกษาด้านการศึกษาภาษาจีนนานาชาติสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในประเทศไทยครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นภาพการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยจากประสบการณ์จริงของผู้ที่อยู่ในห้องเรียน ทั้งลักษณะของผู้เรียน สภาพแวดล้อมทางการศึกษา ตลอดจนปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเข้าใจบริบทของประเทศไทยได้มากขึ้น
ศาสตราจารย์หวังเสวียซง กล่าวต่อว่า การนำ “กรณีศึกษา” มาใช้ในการแข่งขัน ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับสถานการณ์จริง ผู้เข้าแข่งขันต้องมองให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และเสนอแนวทางที่สามารถอธิบายเหตุผลได้ กระบวนการดังกล่าวช่วยฝึกให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามองการเรียนการสอนภาษาจีนได้รอบด้านมากขึ้น ทั้งในมิติของผู้เรียน วัฒนธรรม สังคม เทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลงของการศึกษาในปัจจุบัน
ขณะเดียวกันการแข่งขันยังสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของการศึกษาภาษาจีนในต่างประเทศที่มีความหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการเรียนรู้ การเชื่อมโยงทักษะภาษากับการนำไปใช้ในชีวิตและการทำงานจริง ไปจนถึงการออกแบบการเรียนการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่ กรณีศึกษาจากประเทศไทยจึงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับแนวทางจากประเทศและภูมิภาคอื่น เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับการพัฒนาการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ
“สำหรับฝ่ายจัดการแข่งขัน การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้จากห้องเรียนจริง ผ่านผลงานของผู้เข้าแข่งขันที่สะท้อนทั้งปัญหา วิธีคิดในการแก้ไข และแนวทางที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของผู้สอน ขณะเดียวกัน การพบกันของผู้เรียนและนักวิชาการจากไทยและจีนยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองและความเข้าใจระหว่างกัน โดยมีคำกล่าวของจีนว่า ผู้มีอุดมการณ์ร่วมกัน แม้อยู่ห่างไกลเพียงใด ภูเขาและทะเลก็ไม่อาจขวางกั้น ซึ่งสะท้อนความหมายของการพบกันในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี”
ศาสตราจารย์หวังเสวียซง กล่าวทิ้งท้ายว่า เวทีการแข่งขันครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้นักศึกษารุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้จากกรณีศึกษาที่หลากหลาย และฝึกวิเคราะห์ปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาแนวคิดที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันให้สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาการศึกษาภาษาจีนในแต่ละประเทศ รวมถึงช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างคนรุ่นใหม่ของไทยและจีนผ่านภาษา การศึกษา และการเรียนรู้ร่วมกัน
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ เฉินเวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การแข่งขันครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะผู้เรียนด้านการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ได้นำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง ทั้งการวิเคราะห์ปัญหา การหาแนวทางแก้ไข และการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้เข้าแข่งขันทีมอื่น ซึ่งช่วยให้เข้าใจการทำงานจริงได้ลึกกว่าการเรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว
“สำหรับปีนี้มีความพิเศษจากการให้อาสาสมัครครูชาวจีนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของแต่ละทีม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูไทยและครูจีน ทั้งด้านวิธีการสอน การใช้เทคโนโลยี และการจัดการเรียนรู้ ขณะเดียวกัน การแข่งขันยังช่วยให้เห็นความหลากหลายของผู้เรียนภาษาจีนในประเทศไทย ซึ่งแต่ละกลุ่มมีพื้นฐาน ความต้องการ และปัญหาที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องออกแบบการเรียนการสอนให้เหมาะกับบริบทของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม” ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) กล่าว
รศ.เฉินเวย กล่าวต่อว่า กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันสามารถรวบรวมเป็นองค์ความรู้ เพื่อนำไปแบ่งปันให้กับสถาบันขงจื่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ใช้เป็นแนวทางพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในอนาคต โดยเฉพาะการนำแนวคิดหรือรูปแบบการสอนจากประเทศจีนมาปรับให้สอดคล้องกับผู้เรียน สังคม และวัฒนธรรมไทย เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในวงกว้าง
สำหรับผลการแข่งขัน ทีมชนะเลิศอันดับ 1. สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อันดับ 2. สถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สุพรรณบุรี และสถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 3. สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และห้องเรียนขงจื่อโรงเรียนจิตรลดา















