บทวิเคราะห์ : จีนและสหรัฐอเมริกาต้องจัดการความสัมพันธ์และอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้อง
เมื่อไม่กี่วันก่อน การเดินทางเยือนจีนเป็นเวลาสองวันของนายแอนโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เป็นที่สนใจของประชาคมระหว่างประเทศ นานาชาติมีความคาดหวังโดยทั่วไปว่าจีนและสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นสองมหาอำนาจในโลกจะจัดการความสัมพันธ์และอยู่ร่วมกันได้อย่างถูกต้อง และร่วมกันสร้างคุณูปการในการรักษาสันติภาพและการพัฒนาของโลก
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาอยู่ในจุดต่ำสุดนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ขั้นพื้นฐานของประชาชนทั้งสองประเทศ และไม่เป็นไปตามความคาดหวังร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ นายบลิงเคนเป็นรัฐมนตรีคนแรกของรัฐบาลโจ ไบเดนที่เดินทางเยือนจีน ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกาที่เดินทางเยือนจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ.2018
นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกล่าวขณะพบกับนายบลิงเคนในกรุงปักกิ่งว่า โลกต้องการความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาที่มีความมั่นคงในภาพรวม การที่จีนและสหรัฐอเมริกาสามารถอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้องหรือไม่นั้นมีผลต่ออนาคตและวิถีความเป็นไปของมนุษยชาติ การแข่งขันของมหาอำนาจไม่สอดคล้องกับกระแสนิยมแห่งยุคสมัย ทั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาของสหรัฐอเมริกาเองและความท้าทายที่โลกต้องเผชิญ จีนเคารพผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา จะไม่ท้าทายหรือแทนที่สหรัฐอเมริกา ในทำนองเดียวกัน สหรัฐอเมริกาก็ต้องเคารพจีนและไม่ทำลายสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของจีน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายให้เป็นไปตามความต้องการของตนเอง...
สรุปประเด็นสำคัญหลังการหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
การหารือระหว่างนายฉิน กัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา มีประเด็นสำคัญดังนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ยังยึดถือหลักการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือ การเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบ win-win ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์
จีนมุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและสร้างสรรค์กับสหรัฐอเมริกา จีนหวังว่า จีนและสหรัฐอเมริกาจะมีความร่วมมือในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นมืออาชีพและมีเหตุผลเพื่อรักษาเสถียรภาพและขับเคลื่อนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
นายฉิน กัง...
การเดินทางของสื่อมวลชน “หุ้นส่วนอาเซียน” มีทั้งผลสำเร็จและไมตรีจิตที่แท้จริง
วันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการจัดฟอรั่มความร่วมมือสื่อมวลชน “หุ้นส่วนอาเซียน” 2023 ที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีของจีน โดยไชน่ามีเดียกรุ๊ป (CMG) และทางการเขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซี ผู้แทนสื่อมวลชน องค์กรสากลตลอดจนผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการกว่า 200 คนจากจีนและอาเซียนหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ภายใต้หัวข้อ “การสร้างสรรค์·จับมือกัน·ก้าวไปข้างหน้า” เพื่อนำเสนอภูมิปัญญาและพลังให้กับการสร้างประชาคมจีน-อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกันให้แน่นแฟ้นขึ้น
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีไทยกล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า มิตรสัมพันธ์ไทย-จีนมีมาช้านาน ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการศึกษาระหว่างสองประเทศมีการพัฒนาอย่างมาก...
บทวิเคราะห์ : RCEP ก้าวสู่ขั้นใหม่มีผลบังคับใช้ครอบคลุมสมาชิกทั้งหมด
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 2023ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือRCEPมีผลบังคับใช้กับฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ RCEP มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการกับ 10 ประเทศสมาชิกอันได้แก่ บรูไน กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์...
ฟอรั่มความร่วมมือสื่อ “หุ้นส่วนอาเซียน” 2023 จัดขึ้นที่กว่างซี
ฟอรั่มความร่วมมือสื่อ “หุ้นส่วนอาเซียน” 2023 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีของจีน โดยไชน่า มีเดีย กรุ๊ป (CMG) และทางการเขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีเป็นเจ้าภาพร่วม
พิธีครั้งนี้มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารกัมพูชา ร่วมกล่าวปราศรัยผ่านระบบวีดีโอ
ด้านนายเซิ่น ไห่สง ผู้อำนวยการไชน่า มีเดีย กรุ๊ป (CMG) นายหลิว...
รถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง รถไฟความเร็วสูงสายแรกของอาเซียนเตรียมเปิดให้บริการเดือนสิงหาคมนี้
รถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุง เป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกของอินโดนีเซียและอาเซียน วิ่งระหว่างกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียและบันดุงเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของอินโดนีเซีย เตรียมจะเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 7 ปี
รถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุงนี้ ผลิตโดย บริษัท China Railway Construction Corporation (CRRC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่ที่สุดของโลก การก่อสร้างรถไฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัย เช่นรางรถไฟจะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ซึ่งสามารถรตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหว และมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้วย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของอินโดนีเซียมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวและสึนามิ
นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงาน โดยรถไฟขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและไม่มีการปล่อยคาร์บอนโดยตรงระหว่างการใช้งานทำให้ประหยัดพลังงานกว่าการขนส่งทางถนนและทางอากาศ...
บทวิเคราะห์ : จีนกับสหรัฐอเมริกาควรเคารพกัน อยู่ด้วยกันอย่างสันติ ร่วมมือเพื่อชัยชนะร่วมกัน
เมื่อไม่นานมานี้ นายเซี่ย เฟิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกาคนใหม่เดินทางถึงกรุงวอชิงตันเพื่อรับหน้าที่ วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายเซี่ย เฟิงได้พบกับนางวิคตอเรีย นูแลนด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นางวิคตอเรีย นูแลนด์กล่าวว่ายินดีต้อนรับนายเซี่ย เฟิงมาดำรงตำแหน่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา จะอำนวนความสะดวกและสนับสนุนการปฎิบัติหน้าที่ของนายเซี่ย เฟิง ด้านนายเซี่ย เฟิงกล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา นั้นมีความเกี่ยวพันถึงความสุขของประชาชนทั้งสองประเทศและชะตากรรมของโลก หวังว่าสหรัฐอเมริกากับจีนจะพบกันครึ่งทาง ปฎิบัติตามความเห็นพ้องต้องกันสำคัญที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐอเมริกา...
บทวิเคราะห์ : ญี่ปุ่นยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มประเทศ บ่อนทำลายผลประโยชน์ในภูมิภาค
ช่วงที่ผ่านมา ญี่ปุ่นในฐานะประธานหมุนเวียนของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (Group of Seven) ที่เรียกสั้นๆว่ากลุ่ม G7 พยายามป่าวร้องสิ่งที่เรียกว่า “ภัยคุกคามจากจีน” เพื่อให้กลายเป็นประเด็นในการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่เมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น
ผู้นำญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างไร้ความรับผิดชอบว่า จีนกำลังหาทางเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่โดยลำพังฝ่ายเดียวด้วยกำลังอาวุธ
ญี่ปุ่นใช้โอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่เมืองฮิโรชิมา ประโคมสิ่งที่เรียกว่า “จีนคุกคาม” นั้นมีเป้าประสงค์ที่จะแสดงให้เห็นถึง “ความเป็นผู้นำ”ของญี่ปุ่น และ “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ของกลุ่ม...
บทวิเคราะห์: สิ่งที่เรียกว่า “ระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดตามกติกา” เผยให้เห็นถึงสหรัฐอเมริกาอยากมีอำนาจปกครองโลก
ช่วงที่ผ่านมา นักการเมืองสหรัฐอเมริกาบางส่วนส่งเสียงดังยิ่งขึ้นกับการขายสิ่งที่เรียกว่า "ระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดตามกติกา"
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาพูดไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่สหรัฐอเมริกาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ในการเล่นพรรคเล่นพวกและกดดันประเทศอื่นๆ
สหรัฐอเมริกามักพยายามยัดเยียดเจตจำนงและมาตรฐานของตนเองให้ประเทศอื่นต้องรับ ตลอดจนใช้กฎเกณฑ์ที่เป็นประโยชน์กับตนเองและพันธมิตรแทนกฎหมายระหว่างประเทศที่ประชาคมระหว่างประเทศยอมรับอย่างกว้างขวาง แก่นแท้ของสหรัฐอเมริกาในการกระทำดังกล่าวคือ อยากมีอำนาจปกครองทั่วโลกและแสวงหาการเมืองที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ ปัจจุบัน ประชาคมระหว่างประเทศได้ตระหนักดีถึงผลเสียในการดำเนินปฏิบัติการเหล่านี้ของสหรัฐอเมริกาแล้ว
สิ่งที่เรียกว่า "ระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดตามกติกา" ที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐอเมริกานั้นไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ในปี 1945ทั่วโลกได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในการต่อต้านสงครามฟาสซิสต์ ความยุติธรรมได้เอาชนะความชั่วร้าย กฎบัตรสหประชาชาติ และบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศในยุคใหม่...
Second China-ASEAN Online Influencers Conference concludes
The Second ASEAN-China Online Influencers Conference themed “Meet in the Blessed Land across Mountains and Seas” concluded successfully in Fuzhou, China on May 21.
The...
“Travelogue of China” media exchange activity kicks off in Qingdao, E China’s Shandong
"Travelogue of China" media exchange activity kicks off in Qingdao, E China's Shandong
The launching ceremony of a media exchange activity, called "Travelogue of China,"...
บทวิเคราะห์: การปฏิเสธหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันขององค์การอนามัยโลกสะท้อนหลักการจีนเดียว
เมื่อเร็วๆนี้มีการเปิดประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 76 ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 10 วันที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ประชุมสมัชชาครั้งนี้ปฏิเสธอย่างชัดเจนอีกครั้งต่อการบรรจุหัวข้อที่ชื่อ "เชิญชวนไต้หวันให้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกในฐานะผู้สังเกตการณ์" ที่นำเสนอโดยไม่กี่ประเทศเข้าไว้ในระเบียบวาระการประชุม นี่เป็นการปฏิเสธประเด็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันของที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลกเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ว่าความหมายของหลักการจีนเดียวนั้นชัดเจน และการนำไปใช้นั้นมีลักษณะที่ครอบคลุม ปราศจากเงื่อนไขและข้อกังขาใดๆ ความมุ่งหมายที่จะท้าทายหลักการจีนเดียว หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และระเบียบระหว่างประเทศนั้นย่อมจะถูกคัดค้านจากประชาคมระหว่างประเทศและมิอาจประสบความสำเร็จได้
เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า หลักการจีนเดียวเป็นฉันทามติทั่วไปของประชาคมระหว่างประเทศ เป็นบรรทัดฐานเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ หลักการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้รับการยืนยันโดยมติเลขที่ 2758 ของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ...
บทวิเคราะห์ : สหรัฐอเมริกา กลายเป็นตัวการหลักที่ทำลายระบบการค้าระหว่างประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาไม่เพียงแต่ดำเนินลัทธิกีดกันทางการค้าฝ่ายเดียวเท่านั้น หากยังทำให้เศรษฐกิจและการค้ากลายเป็นอาวุธทางการเมือง นักสังเกตการณ์โดยทั่วไปเห็นว่า ในความเป็นจริงในแง่การค้าโลกนั้นสหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นตัวการหลักที่ทำลายระบบการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้
ประการแรก ทำลายระเบียบระหว่างประเทศ
สงครามการค้าที่ก่อขึ้นโดยสหรัฐอเมริกาทำให้เกิดภัยคุกคามที่ส่อนัยล้างระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศและระบบการค้าพหุภาคี นอกจากทำสงครามการค้ากับจีนฝ่ายเดียวแล้ว สหรัฐอเมริกายังเรียกเก็บภาษีเพิ่มกับเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่และสินค้าเกษตรจากสหภาพยุโรป ตลอดจนผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมของแคนาดา กระทั่งขัดขวางการเลือกผู้พิพากษาประจำองค์กรอุทธรณ์กลไกแก้ไขข้อพิพาทขององค์การการค้าโลกเป็นเวลายาวนาน ส่งผลให้กลไกดังกล่าวต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ พฤติกรรมลัทธิกีดกันทางการค้าอย่างโจ่งแจ้งและการกระทำตามอำเภอใจที่ถือเอาผลประโยชน์ของตนอยู่เหนือกฎหมายสากลและกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกานั้น ย่อมถือเป็นการเพิกเฉยและเหยียบย่ำระบบการค้าพหุภาคี ทำให้ระเบียบการค้าระหว่างประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกาได้บีบบังคับประเทศที่เกี่ยวข้องให้ตัดขาดกับจีนทางเศรษฐกิจ ดำเนินการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีต่อจีน และใช้มาตรการกดดันบริษัทจีนอย่างไร้เหตุผล นี่ไม่ใช่ "การแข่งขันที่เป็นธรรม"อย่างแน่นอน แต่เป็นการละเมิดหลักการระบบเศรษฐกิจแบบตลาดและกฎขององค์การการค้าโลกอย่างร้ายแรง
รายงานการวิจัยขององค์การการค้าโลกแสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกาเป็น...
“การทูตประมุข” นำพาความสัมพันธ์จีน-เอเชียกลางเข้าสู่ยุคใหม่
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2023 การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางจัดขึ้นอย่างราบรื่นที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเป็นประธานการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และมีประธานาธิบดีของคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถานร่วมการประชุมตามคำเชิญ ผ่าน“การทูตประมุข” ประมุขของทั้ง 6 ประเทศได้ร่วมกันผลักดันให้ความสัมพันธ์จีน-เอเชียกลางเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตร บรรดาประมุขได้ทบทวนประวัติศาสตร์แห่งการแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างจีนกับ 5 ประเทศเอเชียกลางอย่างครอบคลุม...
เผิงลี่หยวนนำภริยาผู้นำประเทศเอเชียกลางเยี่ยมชมโรงงิ้วพื้นเมืองมณฑลส่านซี
วันที่ 19 พฤษภาคม ศาสตราจารย์เผิง ลี่หยวน ภริยานายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เชิญนาง Aigul Japarova ภริยาของปธน.คีร์กีซสถาน และนาง Ziroatkhon Hoshimova ภริยาของปธน.อุซเบกิสถาน ที่ร่วมเดินทางมาจีนเพื่อการประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลาง เข้าเยี่ยมชมโรงงิ้วฉินเชียงอี้สูซื่อ แหล่งจัดแสดงงิ้วพื้นเมืองมณฑลส่านซี
ทั้งนี้ ศ.เผิง ลี่หยวนได้นำคณะแขกผู้มีเกียรติเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะฉินเชียง รับฟังประวัติความเป็นมาของงิ้วท้องถิ่นที่เก่าแก่ชนิดนี้ ชื่นชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังการบรรเลงดนตรีและร่ายรำเย่ว์อู่ถู ร่วมกันสัมผัสกับประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งการไปมาหาสู่กันฉันมิตรระหว่างจีนกับเอเชียกลาง...
จีนจับมือ 5 ประเทศเอเชียกลางก้าวสู่ยุคใหม่แห่งประชาคมอนาคตร่วม
ระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคม การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางจัดขึ้นที่เมืองซีอัน จุดเริ่มต้นทางตะวันออกของ "เส้นทางสายไหมโบราณ" การประชุมสุดยอดครั้งนี้ นับเป็นการจัดตั้งกลไกการประชุมระดับประมุขแห่งรัฐจีน-เอเชียกลางอย่างเป็นทางการ สี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนเสนอในที่ประชุมว่า จีนและห้าประเทศในเอเชียกลางจะยืนหยัดในความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การพัฒนาร่วมกันความมั่นคงทั่วไป และเป็นมิตรกันจากรุ่นสู่รุ่น ตลอดจนได้เปิดยุคใหม่ของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-เอเชียกลาง การประชุมสุดยอดนี้ บรรลุผลสำเร็จหลายชุดในการร่วมกันสร้างจุดเติบโตใหม่ต่างๆ เช่น การเงิน การเกษตร การขจัดความยากจนสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำ การแพทย์และสาธารณสุข และนวัตกรรมดิจิทัล เป็นต้น
ทั้งนี้...
ส่องความร่วมมือระหว่างประเทศจีนและประเทศในเอเชียกลาง
การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2566 ที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี เป็นการประชุมครั้งสำคัญระหว่างผู้นำจีน และผู้นำของประเทศเอเชียกลาง ได้แก่ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน
นับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 30 ปีก่อน จีนและ 5 ประเทศในเอเชียกลางได้พัฒนาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในหลายด้าน ทั้งด้านการค้าการลุงทุน การขนส่ง การสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ด้านวัฒนธรรม...
China’s plan to develop Xiong’an New Area
China's plan to develop Xiong'an New Area, national project of millennial significance, demonstrates historical foresight
By Zhou Zhou, People's Daily
Boasting a civilization spanning more than...
บทวิเคราะห์ : ความสัมพันธ์จีน-เอเชียกลางจะเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่
การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางกำลังจะจัดขึ้นที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคมนี้ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะเป็นประธานการประชุมและมีประธานาธิบดีของคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถานร่วมการประชุมตามคำเชิญ นักสังเกตการณ์โดยทั่วไปเห็นตรงกันว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้มีนัยเชิงป้ายบอกระยะทางในประวัติศาสตร์การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเอเชียกลาง ซึ่งจะเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับความสัมพันธ์จีน-เอเชียกลาง ดังนี้
ประการแรก ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ประมุขทั้ง 6 ประเทศจะร่วมกันทบทวนพัฒนาการความสัมพันธ์จีน-เอเชียกลางที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างกลไกจีน-เอเชียกลาง ความร่วมมือด้านต่างๆ และประเด็นสำคัญระดับโลกและระดับภูมิภาคที่สนใจร่วมกัน อัดฉีดพลังขับเคลื่อนใหม่ให้กับมิตรสัมพันธ์ฉันประเทศเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือที่อำนวยประโยชน์แก่กันระหว่างจีนกับประเทศเอเชียกลาง ส่งเสริมความร่วมมืออีกระดับเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างกันขึ้นสู่ระดับใหม่
ประการที่สอง...
Cross Mountains and Seas to Meet in the Blessed Land Second ASEAN-China Online Influencers...
The Second ASEAN-China Online Influencers Conference themed “Cross Mountains and Seas to Meet in the Blessed Land” will be held in Fuzhou, China from...


























