วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชา สัมพันธ์ นำกรมประชาสัมพันธ์ก้าวสู่บทใหม่ของความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนระหว่างประเทศ ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) พร้อมกัน 3 ฉบับ กับองค์กรสื่อระดับแนวหน้าของจีน ได้แก่ สำนักข่าวพีเพิลส์ เดลี (People’s Daily) สำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) และกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (China Media Group) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย กับนายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นสักขีพยาน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมประชาสัมพันธ์ในการเชื่อมโยงความร่วมมือกับองค์กรสื่อระดับโลก เพื่อยกระดับศักยภาพการสื่อสารของประเทศไทยในยุคดิจิทัล
นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างเครือข่ายกับองค์กรสื่อชั้นนำของจีน แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับศักยภาพของกรมประชาสัมพันธ์ใน 3 มิติ ได้แก่ การพัฒนาองค์กรและบุคลากร การขยายเครือข่ายข่าวสารระหว่างประเทศ และการสร้างนวัตกรรม สื่อเพื่ออนาคต ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการสื่อสารของประเทศไทยบนเวทีโลก
ความร่วมมือฉบับแรกกับสำนักข่าวพีเพิลส์ เดลี มุ่งเน้นการขยายการเข้าถึงข่าวสารของไทยสู่สาธารณชนจีน ผ่านการแลกเปลี่ยนข่าวต้นฉบับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน และโครงการแลกเปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อ ซึ่งจะช่วยเปิดพื้นที่ให้ข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยเข้าถึงสาธารณชนจีนในวงกว้าง พร้อมส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

นางสุดฤทัย กล่าวว่า ขณะที่ความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรและบุคลากร ผ่านการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ด้านการบริหารงานข่าว การปรับตัวสู่สื่อดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานสื่อสารภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเตรียมความพร้อมของกรมประชาสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรสื่อภาครัฐให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อโลก
ส่วนความร่วมมือกับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน จะต่อยอดไปสู่การผลิตสื่อร่วมกันในรูปแบบข่าว รายการ และสารคดี รวมถึงการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสื่อสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ ที่มีคุณภาพ ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้รับสารในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรของกรมประชาสัมพันธ์ได้เรียนรู้แนวทางการผลิตสื่อในระดับสากล และต่อยอดนวัตกรรมการสื่อสารขององค์กร

นางสุดฤทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือทั้ง 3 ฉบับ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือกับองค์กรสื่อชั้นนำของจีน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การต่อยอดองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ในงานสื่อสารภาครัฐ การขยายเครือข่ายข่าวสารระหว่างประเทศ และการยกระดับการผลิตสื่อให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจทั้ง 3 ฉบับในครั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ไทย-จีน หลังการเฉลิม ฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยขยายความร่วมมือจากระดับรัฐบาลสู่เครือข่ายองค์กรสื่อของทั้งสองประเทศ พร้อมตอกย้ำบทบาทในการนำกรมประชาสัมพันธ์ก้าวสู่การเป็นองค์กรสื่อภาครัฐยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลก เพื่อยกระดับการสื่อสาร ของประเทศไทยให้มีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นบนเวทีนานาชาติ














