หน้าแรก สิ่งแวดล้อม ‘สี จิ้นผิง’ นำภารกิจ ‘การปล่อยคาร์บอนระดับสูงสุด’ และ ‘การปล่อยคาร์บอนเป็นกลาง’ ของจีน

‘สี จิ้นผิง’ นำภารกิจ ‘การปล่อยคาร์บอนระดับสูงสุด’ และ ‘การปล่อยคาร์บอนเป็นกลาง’ ของจีน

40

‘สี จิ้นผิง’ นำภารกิจ ‘การปล่อยคาร์บอนระดับสูงสุด’ และ ‘การปล่อยคาร์บอนเป็นกลาง’ ของจีน

ฤดูใบไม้ร่วง ปี 2020 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประกาศในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า จีนมีการวางนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญหลังผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ โดยกล่าวว่า “ประเทศเราจะพยายามทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงระดับสูงสุดภายในปี 2030 และบรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นกลางภายในปี 2060”

ในฐานะประเทศกำลังพัฒนาใหญ่ที่สุดในโลก จีนจะดำเนินภารกิจลดการปล่อยคาร์บอนระดับสูงสุดในโลกให้เสร็จสิ้นลุล่วง และบรรลุการปล่อยคาร์บอนถึงจุดสูงสุดสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นกลางโดยใช้เวลาอันสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งย่อมเป็นเรื่องยากลำบากมากที่สามารถจินตนาการได้

พับแขนเสื้อและสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดั่งกำแพงอันมั่นคงทั่วทั้งประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่ทว่าในบางท้องถิ่นได้ดำเนินการลดคาร์บอนอย่างเร่งรีบและแรงเกินควร

ในเรื่องควรทำความเข้าใจและดำเนินการอย่างถูกต้องอย่างไรเกี่ยวกับ “การปล่อยคาร์บอนถึงระดับสูงสุด” และ “การปล่อยคาร์บอนเป็นกลาง” ของจีนนั้น สี จิ้นผิงได้อรรถาธิบายหลายครั้งเพื่อชี้นำอย่างถูกหลักวิทยาศาสตร์ในประเด็นสำคัญนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระยะยาวของจีน เช่น “การบรรลุเป้าหมาย ‘สองคาร์บอน’ (หมายถึง การปล่อยคาร์บอนในระดับสูงสุดและการปล่อยคาร์บอนเป็นกลาง) นั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งกว้างขวางและลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นภารกิจระยะยาวจำต้องมีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่พร้อมไปกับการขับเคลื่อนอย่างเป็นระเบียบและถูกหลักวิทยาศาสตร์”

บ่ายวันที่ 5 มีนาคม 2022 สี จิ้นผิงได้เข้าประชุมตรวจสอบและอภิปรายของคณะผู้แทนมองโกเลียในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ ชุดที่ 13 ครั้งที่ 5 ซึ่งมีหัวข้อเน้นไปที่งาน “สองคาร์บอน” โดยกล่าวว่า

“ต้องผลักดันภารกิจการปล่อยคาร์บอนในระดับสูงสุดและการปล่อยคาร์บอนเป็นกลางอย่างแข็งขันและมั่นคง” ยึดสภาพพื้นฐานของประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยถ่านหินแต่ขาดแคลนน้ำมันปิโตรเลียมและมีก๊าซธรรมชาติน้อยเป็นที่ตั้ง “เสริมสร้างแนวคิดด้านระบบตามการวางแผนงาน ‘สองคาร์บอน’ แห่งชาติ” “ยืนหยัดแสวงหาความก้าวหน้าท่ามกลางการรักษาเสถียรภาพ บรรลุเป้าหมายอย่างมีขั้นตอน”

ขณะพูดถึงเรื่องนี้ สี จิ้นผิงได้ชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดบางประการในการดำเนินภารกิจ “สองคาร์บอน” ในปัจจุบัน

จากบ่อน้ำมันเซิ่งลี่ ในเมืองตงอิ๋ง มณฑลซานตง ถึงวิสาหกิจอุตสาหกรรมเคมี ในเมืองยี๋ว์หลิน มณฑลส่านซี ไปจนถึงบริษัทบริการระบบความร้อนในตอนกลางของมณฑลซานซี ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สี จิ้นผิงได้ลงพื้นที่วิสาหกิจพลังงานหลายครั้ง รวมทั้งกล่าวถึงการทำความเข้าใจและวิธีการเกี่ยวกับภารกิจ “สองคาร์บอน” บ่อยครั้ง

“เรื่องนี้ต้องบูรณาการตามการวางแผนงานในขอบเขตทั่วประเทศ เป้าหมาย ‘สองคาร์บอน’ ต้องมองจากมุมมองทั่วประเทศ ควรลดคาร์บอนที่ไหน เคลียร์ให้เหลือศูนย์ที่ไหน ที่ไหนยังคงให้รักษาสภาพเดิมไว้ได้ กระทั่งที่ไหนยังต้องเพิ่มการปล่อยคาร์บอนเนื่องด้วยความจำเป็นในการเป็นมาตรการประกันพลังงาน ล้วนต้องวัดจากมุมมองทั่วประเทศ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสีเขียวเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น ต้องตั้งตัวใหม่ก่อนแล้วค่อยยกเลิกวิธีเดิม จะยกเลิกวิธีเดิมก่อนการตั้งตัวใหม่ไม่ได้ จะทิ้งเครื่องมือทำมาหากินในมือไปก่อนไม่ได้ เพราะผลลัพธ์คือยังไม่ได้เครื่องมือใหม่ในการทำมาหากินเลย อย่างนี้ไม้ได้”

ดร.ซุน ยัดเซ็น เคยเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้ผู้คนทั้งหลายได้ฟังเพื่อแดกดันบางคน สี จิ้นผิงได้นำเรื่องนี้มาเล่าให้ผู้ร่วมประชุมฟังว่า มีผู้ทำมาหากินด้วยแรงกายในบริเวณท่าเรือแห่งหนึ่ง ทุกวันเขาถือไม้ไผ่ท่อนหนึ่งรับจ้างแบกของ วันหนึ่งเขาซื้อสลากกินแบ่งใบหนึ่งและซ่อนไว้ในท่อนไม้ ทันใดนั้นเขาพบว่าหมายเลขที่ตัวเองซื้อถูกรางวัลแจ็กพอต ด้วยความตื่นเต้นดีใจเขาโยนไม้ไผ่ลงไปในแม่น้ำโดยคิดว่าชั่วชีวิตนี้ไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้อีก เมื่อเขาไปถึงสถานที่รับรางวัลจึงพบว่าสลากกินแบ่งก็ถูกโยนลงแม่น้ำพร้อมกับไม้ไผ่ไปด้วยแล้ว

“นี่คือตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำคว้าน้ำเหลว ดังนั้นการลดคาร์บอนจำต้องกุมหลักการแห่งการตั้งตัวใหม่ก่อนแล้วค่อยยกเลิกวิธีเดิมให้ดี” สี จิ้นผิง กล่าว

สี จิ้นผิง กล่าวย้ำว่า “การปฏิบัติภารกิจต้องยึดหลักการนี้ให้ดี นั่นก็คือต้องพิจารณาไตร่ตรองจากภาพรวมและระยะยาวอย่างรอบด้านและครอบคลุม”

บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติและกรรมการสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีนที่เข้าร่วมการประชุมสองครั้งในปีนี้พากันกล่าวว่า พวกเขาจะลงลึกศึกษาและทำความเข้าใจเจตนารมณ์ของคำปราศรัยอันสำคัญของสี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อนำแผนงานส่วนกลางไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ขับเคลื่อนภารกิจ “สองคาร์บอน” อย่างมั่นคง

กวางตุ้งเป็นทั้งมณฑลที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่และมณฑลที่ใช้พลังงานมาก “ความเข้มข้นและจังหวะในการขับเคลื่อนการปล่อยคาร์บอนในระดับสูงสุดและการปล่อยคาร์บอนเป็นกลางนั้นต้องสอดประสานกับความต้องการในการประกันอุปทานพลังงานและการดำรงชีวิตของประชาชน ต้องประกันอุปทานอย่างคงเส้นคงวาและการเปลี่ยนผ่านอย่างมั่นคงด้านพลังงานท่ามกลางกระบวนการลดการปล่อยคาร์บอน” นายจู เหว่ย รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปของมณฑลกวางตุ้ง กล่าว

นายเหอ ลี่เฟิง ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน กล่าวว่า การเดินหน้าภารกิจ “สองคาร์บอน” จำต้องยืนหยัดการบูรณาการในขอบเขตทั่วประเทศ ต้องยืนหยัดที่จะตั้งตัวใหม่ก่อนแล้วค่อยยกเลิกวิธีเดิม ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุ่มเทใช้ความพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

“เราจะไม่เร่งความเร็วเกินเหตุในการลดคาร์บอนและไม่ทำการลดคาร์บอนแบบปูพรม เราจะผลักดันงาน ‘สองคาร์บอน’ อย่างทรงพลัง เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ” เหอ ลี่เฟิง กล่าว

ปัจจุบันยังคงมีปัจจัยจำกัดดำรงอยู่ในการประกันอุปทานถ่านหินและพลังงานภายในประเทศ ในตลาดระหว่างประเทศราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และอื่น ๆ มีความผันผวนอย่างสูง ในฐานะผู้ผลิตและบริโภคพลังงานรายใหญ่ การประกันอุปทานพลังงานอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพโดยยึดภายในประเทศเป็นที่ตั้งนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับจีนในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและประกันการดำรงชีวิตของประชาชน

เวิน ซูกัง สมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ และประธานกรรมการกลุ่มไชน่าหวาเตี้ยน (China Huadian Corporation-CHD) กล่าวว่า “ชามข้าวด้านพลังงานต้องกุมอยู่ในมือของตนเอง วิสาหกิจพลังงานต้องประกันการผลิตไฟฟ้า บริการระบบจ่ายความร้อน และการดำรงชีวิตของประชาชน ภายใต้เงื่อนไขบังคับที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อนำหน้าแสดงบทบาทการประกันอุปทานและเสถียรภาพด้านราคาพลังงาน”

การบรรลุเป้าหมาย “สองคาร์บอน” นั้นจำต้องจัดการความสัมพันธ์ให้ดีระหว่างการพัฒนากับการลดการปล่อยคาร์บอน ภาพรวมกับบางส่วน เป้าหมายระยะยาวกับเป้าหมายระยะสั้น และภาครัฐกับตลาด

การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหาใช่การลดกำลังการผลิต และก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ปล่อยคาร์บอนเลย นายจาง จ้านปิน สมาชิกสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีน และผู้อำนวยการสถาบันลัทธิมาร์กซ์ของโรงเรียนพรรคแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (สถาบันการบริหารแห่งชาติ) กล่าวว่า จีนยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา ความเป็นแบบอุตสาหกรรมและเมืองยังคงอยู่ระหว่างการลงลึกขับเคลื่อน ความต้องการพลังงานก็จะเพิ่มขึ้นต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “การผลักดัน ‘สองคาร์บอน’ ไม่สามารถละทิ้งพลังงานฟอสซิลแบบดั้งเดิมได้ในระยะสั้น ยิ่งไม่ควรเบี่ยงเบนไปจากการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งเป็นแนวทางหลัก สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นพบหนทางที่ถือระบบนิเวศสำคัญที่สุด พัฒนาแบบสีเขียวและคาร์บอนต่ำ”

นายหวัง จินหนาน สมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ และผู้อำนวยการสถาบันวางแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงสิ่งแวดล้อมทางนิเวศวิทยาจีน เห็นว่า ด้านหนึ่งต้องดำเนินการด้วย “วิธีการลบ” เพื่อยับยั้งการพัฒนาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าของโครงการที่ใช้พลังงานมาก ปล่อยมลพิษในระดับสูง และมีระดับมาตรฐานต่ำ อีกด้านหนึ่งต้องดำเนินการด้วย “วิธีการเพิ่ม” เพื่อเร่งบ่มเพาะอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและยกระดับอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายุโรปได้ทุ่มเทยุติหรือจำกัดการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหิน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ ได้รับการพัฒนาค่อนข้างเร็ว แต่ทว่าได้เกิดปัญหาโดดเด่นที่มีเสถียรภาพไม่เพียงพอด้านพลังงานหมุนเวียน

เหอ ลี่เฟิง แนะนำว่า จีนได้วางแผนสร้างฐานโซลาร์เซลล์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขนาดใหญ่ระดับ 450 ล้านกิโลวัตต์ในทะเลทรายโกบี และพื้นที่ทุรกันดารแห้งแล้ง ในขณะเดียวกัน วิสาหกิจผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินที่อยู่โดยรอบจะยืนหยัดตั้งตัวใหม่ก่อนแล้วค่อยยกเลิกวิธีเดิม “ทั้งนี้ จะขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างสายส่ง UHV ที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้ในบริเวณโดยรอบ”

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน(CMG)