ประธานอนุฯ การค้าจีนตอนใต้ จัดงาน TSC Trade ดึงนักธุรกิจไทยพบจีน หวังผลักดันสินค้าไทยเข้าจีนมากขึ้น

40

นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการจัดงาน TSC Trade Exclusive Dinner Talk ที่จัดขึ้นโดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ในปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนมีมากถึง 3 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น ไทยนำเข้าสินค้าจากจีน 2 ล้านล้านบาท ส่วนจีนนำเข้าสินค้าจากไทยอีก 1 ล้านล้านบาท ซึ่งนั่นทำให้ไทยขาดดุลการค้าจีนอยู่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท

 

ตัวเองจึงเล็งเห็นโอกาสการเพิ่มดุลการค้าและการขยายธุรกิจของนักธุรกิจไทยไปจีน ด้วยการจัดงาน TSC Trade Exclusive Dinner Talk ที่ได้นำทั้งนักธุรกิจไทย นักธุรกิจจีน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมภายในงานนี้ เพื่อหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยน พบปะหารือทางธุรกิจ โดยเฉพาะนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีน เพื่อหวังให้สินค้าต่าง ๆ จากไทยได้ไปขายในจีนมากขึ้น อันจะทำให้ไทยเสียเปรียบดุลการค้าจีนลดลง

 

โดยภายในงาน มีการเจรจาธุรกิจจากผู้ประกอบการภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์, การเกษตร และเครื่องดื่ม อาทิ เหล้าแบรนด์ไทย ที่ถือเป็นหนึ่งในซอฟต์เพาเวอร์ของไทยด้วย ส่วนตัวจึงเชื่อว่า การเจรจาธุรกิจในงานนี้จะประสบความสำเร็จและช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าของไทยกับจีนมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนการค้าไทยที่จะส่งออกไปยังจีน ซึ่งในฐานะคณะอนุกรรมการฯ ก็จะจัดงานนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมธุรกิจไทย-จีน

 

สำหรับปัจจุบันภูมิภาคจีนตอนใต้ ถือว่ามีกิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคักมาก และเป็นพื้นที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย โดยใช้เวลาเดินทางจากรุงเทพฯโดยสายการบินใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และในพื้นที่จีนทางตอนใต้ถือว่ามีความนิยมสินค้า และอาหารไทยมาก และมีตลาดขนาดใหญ่อย่างมาก มีประชากรกว่า 600 ล้านคนมากกว่าประชากรไทยถึงกว่า 10 เท่า ประเทศไทยจึงมีโอกาสสูงมากที่จะขยายตลาด และส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคนี้ได้ ซึ่งถือว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้กับไทยได้มาก นอกจากนั้นพื้นที่จีนตอนใต้นอกจากมีประชากรมาก ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น เมืองสิบสองปันนา มีนักท่องเที่ยวมาปีละ 70 ล้านคน ซึ่งก่อนที่จะเกิดโควิด19 นั้น เคยมีธุรกิจและร้านค้าไทย กว่า 300 บริษัท ซึ่งหลังจากโควิด-19 ปิดตัวไปเกือบทั้งหมด ตอนนี้ทางสิบสองปันนาก็อยากให้ธุรกิจไทยกลับมาเปิดอีกครั้ง

 

ด้านนายไพรัช บูรพชัยศรี รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เนื่องจากทางหอการค้าไทยอยากให้เห็นความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ในทางธุรกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจมีการแข่งขันกันสูงมาก และมีความท้าทายในหลายด้านโดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจพึ่งจะฟื้นตัวจากโควิด-19 อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูงมาก ทำให้การบริหารธุรกิจมีความยากลำบาก ขณะที่นวัตกรรมต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ทำให้การทำธุรกิจมีการเปลี่ยนสภาพไป ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการต้องมีความร่วมมือกันมากขึ้น  นอกจากนั้นเวทีในลักษณะนี้ยังสามารถช่วยให้นักธุรกิจทั้งสองประเทศมีความรู้เกี่ยวกับการค้า และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ

 

ปัจจุบันธุรกิจและสินค้าไทยได้รับการยอมรับสูงจากตลาดจีนทำได้ได้ เช่น เรื่องอาหาร การเกษตร การท่องเที่ยว และสุขภาพ ซึ่งมีหลายธุรกิจที่มีการเปิดกว้างมากในจีนที่นักธุรกิจไทยจะไปร่วมมือได้ โดยเฉพาะนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งหอการค้ามีกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ “Young Entrepreneurs chamber of commerce” หรือ “YEC”  ซึ่งเราก็สนับสนุนให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ไปหาช่องทางความร่วมมือในธุรกิจที่เป็นนวัตกรรม และดิจิทัล ซึ่งมีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งหอการค้าก็จะมีการสนับสนุนในส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความร่วมมือกันในหลายๆด้านมากขึ้น

 

ทั้งนี้การสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายที่ดีแบบที่สภาหอการค้าฯผลักดัน เช่น การเปิดให้นักศึกษาจากจีนเข้ามาเรียนที่ม.หอการค้าฯซึ่งเป็นการสร้างพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ (Business partner) ที่สามารถสร้างความร่วมมือต่อไปได้ในระยะยาวในการไปลงทุนในจีน เช่นเดียวกับที่เราก็เปิดให้จีนเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของเราเช่นกัน ซึ่งทำให้ฐานธุรกิจของนักธุรกิจทั้งสองประเทศขยายเพิ่มมากขึ้นด้วย