กรุงเทพฯ, 31 กรกฎาคม 2568 – ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 98 ปี การก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army – PLA) ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยมี พลตรีจาง หลินหง ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย เป็นประธานในงานและกล่าวปราศรัย
ในโอกาสนี้ ดร.กำพล มหานุกูล ได้นำดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีในนามของสมาคมฯ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่าน อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์, ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล ประธานสมาคมโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งประเทศไทย, นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นางสวี่ หลาน อุปทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษาสถานทูตจีน, พลโท ดร.ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยุทธศาสตร์จีน และกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐประจำวุฒิสภา รวมถึงอาจารย์เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) เข้าร่วมงาน

กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2470 โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งในปีนี้เป็นการครบรอบ 98 ปีของการก่อตั้ง โดยมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติ ภูมิภาค และเสถียรภาพของโลก รวมถึงการประสานความร่วมมือกับนานาประเทศ
เส้นทางแห่งการพัฒนา: 98 ปี กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ซึ่งก่อตั้งขึ้นอย่างไม่เป็นทางการโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน (CPC) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1927 หลังเหตุการณ์การลุกฮือที่หนานชาง เพื่อต่อต้านกองทัพคณะชาติของพรรคก๊กมินตั๋ง และได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง การเผชิญหน้าระหว่างสองอุดมการณ์นำไปสู่สงครามกลางเมืองจีน ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของ PLA และการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 ภายใต้การนำของเหมา เจ๋อตุง นับจากนั้นเป็นต้นมา PLA ได้มีการปรับโครงสร้างและจัดตั้งเหล่าทัพต่างๆ เพิ่มเติม ได้แก่ กองทัพเรือจีน (PLAN) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 1949 กองทัพอากาศจีน (PLAAF) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 1949 และล่าสุดคือ กองทัพขีปนาวุธ (PLARF) และกองทัพสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ (PLASSF) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2015 ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของกองทัพจีน
ปัจจุบัน กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งมีระบบสายการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อกรรมาธิการทหารส่วนกลาง (CMC) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้มีการแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 5 กองบัญชาการกองทัพภาค ได้แก่ ภาคตะวันออก, ภาคตะวันตก, ภาคเหนือ, ภาคใต้ และภาคกลาง โดยแต่ละภาคประกอบด้วยกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบกที่มีกำลังพลประจำการกว่า 915,000 นาย จัดกำลังในรูปแบบกลุ่มกองทัพและกองพลน้อยเพื่อความคล่องตัว กองทัพเรือซึ่งมีกำลังเรือรบประจำการกว่า 360 ลำ ทำให้เป็นกองทัพเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบ่งออกเป็น 3 กองเรือหลัก ได้แก่ กองเรือทะเลเหนือ, กองเรือทะเลตะวันออก และกองเรือทะเลใต้ รวมถึงกองทัพอากาศที่มีอากาศยานประจำการกว่า 2,500 ลำ และได้มีการปรับโครงสร้างเป็นกองพลน้อยอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ยังมีกองทัพขีปนาวุธ (PLARF) ที่รับผิดชอบด้านการป้องกันทางยุทธศาสตร์และการทำสงครามด้วยขีปนาวุธ โดยมีฐานทัพและขีปนาวุธกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงกองทัพสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ (PLASSF) ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร สงครามไซเบอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และอวกาศ นับเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของจีนในการก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจทางการทหารที่ครบวงจร
ตลอดประวัติศาสตร์ 98 ปี กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง ทั้งสงครามกลางเมืองจีน, สงครามต่อต้านจักรวรรดิญี่ปุ่น, สงครามเกาหลี, ความขัดแย้งตามแนวชายแดนต่างๆ, ภารกิจรักษาสันติภาพในต่างแดน, และภารกิจปราบปรามโจรสลัดโซมาเลีย แม้จะไม่มีประสบการณ์การรบสงครามนอกประเทศโชกโชนเท่าบางประเทศ แต่กองทัพจีนก็ยังคงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพทั้งในและต่างประเทศ














