
สื่อของจีนอ้างถึงรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธ.ค.68 ว่า รายงานฉบับร่างของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งอ้างว่าจีนน่าจะบรรจุขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) มากกว่า 100 ลูกไว้ในคลังเก็บขีปนาวุธ ทำให้ผู้สังเกตการณ์ทางทหารของจีนตั้งข้อสังเกตว่า รายงานของกระทรวงกลาโหมเต็มไปด้วยการคาดเดาและมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตื่นตระหนกเกี่ยวกับภัยคุกคามจากจีน
ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างถึงรายงานฉบับร่างของกระทรวงกลาโหมว่า จีนได้บรรจุขีปนาวุธข้ามทวีปมากกว่า 100 ลูกไว้ในคลังเก็บขีปนาวุธที่สร้างขึ้นใหม่ 3 แห่งใกล้ชายแดนติดกับมองโกเลีย และแสดงความสนใจเพียงเล็กน้อยในการเจรจาควบคุมอาวุธ
ในขณะที่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน นายหลิน เจี้ยน ได้กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 23 ธ.ค.68 ว่า “ไม่คุ้นเคยกับรายงานฉบับร่างของสหรัฐฯ ที่มีการอ้างถึง แต่ได้ยินเรื่องเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากสหรัฐฯ เพื่อสร้างข้ออ้างในการเร่งการยกระดับอำนาจนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และทำลายเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์โลก ประชาคมระหว่างประเทศจำเป็นต้องตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างรอบคอบ”
นอกจากนี้ นายหลิน เจี้ยน ยังกล่าวอีกว่า “สหรัฐอเมริกาในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่มีคลังอาวุธนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องปฏิบัติตามความรับผิดชอบพิเศษและสำคัญยิ่งในการลดอาวุธนิวเคลียร์ ลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ลงอย่างมากและเป็นรูปธรรม และสร้างเงื่อนไขให้ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อื่นๆ เข้าร่วมกระบวนการลดอาวุธนิวเคลียร์ นี่ควรเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ สำหรับสหรัฐอเมริกา” โดยเฉพาะเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 (พ.ศ.2568) รัฐบาลจีนได้เผยแพร่เอกสารไวท์เปเปอร์เรื่อง “การควบคุมอาวุธ การลดอาวุธ และการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ของจีนในยุคใหม่” ซึ่งให้ภาพรวมอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับนโยบายนิวเคลียร์และจุดยืนของจีนเกี่ยวกับการลดอาวุธนิวเคลียร์ จีนยังคงยึดมั่นในนโยบายไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน และยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ที่เน้นการป้องกันตนเอง โดยจีนรักษาระดับความแข็งแกร่งทางนิวเคลียร์ไว้ในระดับต่ำสุดที่จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ และไม่เข้าร่วมในการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์กับประเทศใดๆ โดยระบุว่าจีนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการทบทวนสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์และการประชุมของกลไก P5 (รัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ 5 ประเทศ) และรักษาการเจรจากับฝ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการลดอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2024 (พ.ศ.2567) รายงานจากเพนตากอนก็กล่าวอ้างว่าจีนกำลังขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ 1,000 ลูกภายในปี 2030 (พ.ศ.2573) โดยระบุว่าจีนได้เพิ่มหัวรบนิวเคลียร์อย่างน้อย 100 ลูกในคลังแสงในช่วงปีที่ผ่านมา และปัจจุบันมีมากกว่า 600 ลูก โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมของจีน พันเอกอาวุโส จาง เสี่ยวหาง กล่าวตอบโต้ว่า รายงานดังกล่าวตีความนโยบายด้านกลาโหมของจีนผิดพลาด คาดเดาเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพทางทหารของจีน แทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างโจ่งแจ้ง ใส่ร้ายป้ายสีทางการทหารของจีนอย่างร้ายแรง และกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับภัยคุกคามทางทหารที่จีนก่อขึ้น การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของจีนมีเจตนาเพื่อปกป้องความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่สหรัฐฯ ซึ่งมีคลังอาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลก กลับยึดมั่นในนโยบายการใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนอย่างดื้อรั้น ซึ่งบ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงในระดับนานาชาติและภูมิภาค ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดบทบาทของอาวุธนิวเคลียร์ในนโยบายความมั่นคงของชาติและความมั่นคงร่วมกัน เพื่อตอบสนองต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างมีความรับผิดชอบ
ประมวลโดย พลโท ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.globaltimes.cn/page/202512/1351280.shtml)













