สมุดปกขาว เรื่อง “ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของจีนในยุคใหม่” (“新时代的中国国际发展合作”) ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานสารนิเทศคณะรัฐมนตรีจีน เมื่อวันที่ ๑๐ ม.ค.๖๔ (ตอนที่ ๘ ว่าด้วยแนวโน้มความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของจีน) อันเป็นตอนจบ กล่าวคือ
๑. การช่วยสร้างประชาคมสุขภาพของมนุษย์ จากความต้องการที่แท้จริงของประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยจีนจะยังคงสนับสนุนการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศกำลังพัฒนาและมีส่วนช่วยเหลือด้านสาธารณสุขทั่วโลกภายใต้หลักการทำอย่างเต็มที่และดีที่สุด ได้แก่
๑.๑ ให้การสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนาในการต่อสู้กับโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุทางการแพทย์แก่ทุกฝ่าย การดำเนินความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และการจัดส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศจำนวน ๒ พันล้านเหรียญสหรัฐภายใน ๒ ปี เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับการแพร่ระบาด รวมทั้งการฟื้นตัวของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โดยยังคงเสริมสร้างความเข้มแข็งในการแบ่งปันข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์การอนามัยโลกและประชาคมระหว่างประเทศ ในการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศด้านวิธีการทดสอบการรักษาทางคลินิกและการวิจัยตลอดจนการพัฒนายาวัคซีน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกโดยเร็วที่สุดและรักษาความมั่นคงด้านสาธารณสุขทั่วโลก
๑.๒ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณสุขของตนเอง ซึ่งจากการระบาดของโควิด-๑๙ พบว่า ประเทศต่างๆ ยังคงมีข้อบกพร่องในการสร้างระบบสาธารณสุข โดยทุกประเทศควรรวมกันและร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างระบบสาธารณสุข โดยจีนจะร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการจัดตั้งกลไกความร่วมมือโรงพยาบาลจีน – แอฟริกา ๓๐ แห่ง รวมทั้งเร่งการสร้างสำนักงานใหญ่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกาและมาตรการอื่น ๆ เพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากในการสร้างแนวป้องกันด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็งและปรับปรุงภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งความสามารถในการป้องกันและควบคุมโรค
๑.๓ สนับสนุนให้องค์การอนามัยโลกและสถาบันอื่น ๆ มีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยโลกมีส่วนร่วมสำคัญในการเป็นผู้นำ เพื่อสนับสนุนองค์การอนามัยโลกในการต่อต้านการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ ซึ่งจีนจะยังคงสนับสนุนการทำงานขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มการสนับสนุนทางการเมืองและทางการเงินแก่องค์การอนามัยโลก ตลอดจนการสนับสนุนกลไกพหุภาคีต่อไปเช่น G20, APEC, BRICS และ Shanghai Cooperation Organization (SCO) เพื่อดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและควบคุมโรคร่วมกัน
๒. การผลักดันการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติปี ๒๐๓๐ หรือ พ.ศ.๒๕๗๓ โดยจีนจะยึดมั่นในหลักการที่มุ่งเน้นประชาชน การให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตของประชาชนและร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก กล่าวคือ
๒.๑ การปฏิบัติตามข้อผูกพันและการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยการดำเนินการอย่างจริงจังดังที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศในโอกาสสำคัญระดับนานาชาติ เช่น ในการประชุมสุดยอดความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (“一带一路”/ข้อริเริ่ม “สายแถบและเส้นทาง” “Belt and Road Initiative : BRI”) การประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ ๗๓ และการครบรอบ ๗๕ ปีของสหประชาชาติ ซึ่งจีนจะเพิ่มความช่วยเหลือให้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ลดความยากจนและปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชน
๒.๒ การประสานงานและส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน โดยพิจารณาหาทางเลือกที่เป็นจริง ซึ่งจีนจะยังคงบูรณาการการก่อสร้างร่วมกันอย่างใกล้ชิดของ“ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (ข้อริเริ่ม “สายแถบและเส้นทาง”) กับการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี ๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓) ของสหประชาชาติในการเสริมสร้างการประสานงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคระหว่างประเทศ การจัดการกับข้อกังวลของประเทศกำลังพัฒนา การสนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของงานในการผลิตและการรักษาห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานมีความมั่นคงและราบรื่น
๒.๓ การปรับปรุงการดำรงชีวิตของผู้คนโดยตระหนักถึงการแบ่งปันความสุข จากการขจัดความยากจนและการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อประกันความมั่นคงด้านอาหาร และการประกันชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชน
๒.๔ เสริมสร้างเอกภาพและความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก โดยจีนสนับสนุนพหุภาคีอย่างมั่นคงและการปรับปรุงธรรมาภิบาลโลกในด้านความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ และรักษาระบบระหว่างประเทศโดยมีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง เพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่องค์กรระหว่างประเทศและสนับสนุนบทบาทของตนในการร่วมกันตอบสนองต่อความท้าทายระดับโลก เช่น วิกฤตสาธารณสุข ความมั่นคงด้านอาหารและภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ฯลฯ บนพื้นฐานของการเคารพอธิปไตยและความเต็มใจของประเทศผู้รับอย่างเต็มที่ การหารือและดำเนินความร่วมมือแบบไตรภาคีกับประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
๓. การเพิ่มขีดความสามารถและระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ โดยจีนจะเสริมสร้างการกำหนดนโยบายและการจัดการส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาระหว่างประเทศที่มีคุณภาพสูง ในกำหนดแผนระยะกลางและระยะยาวสำหรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ รวมทั้งกำหนดแผนภูมิภาคและแผนพิเศษตามความจำเป็น ตลอดจนส่งเสริมการสร้างกฎหมายระเบียบและระบบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หลักประกันทางกฎหมายสำหรับความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ รวมถึงการสร้างกลไกการกำกับดูแลและการจัดการที่สมบูรณ์
อาจกล่าวได้ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างมากต่อชีวิตสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั่วโลก รวมทั้งก่อให้เกิดความท้าทายที่สำคัญต่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขทั่วโลก และการดำเนินการตามวาระเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ปี ๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓) มีหนทางอีกยาวไกล เมื่อมองไปในอนาคตจีนจะยังคงได้รับคำแนะนำจากแนวคิดของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ โดยมีมุมมองที่ถูกต้องเกี่ยวกับความยุติธรรมและผลประโยชน์ในการกำหนดคุณค่า รวมทั้งการดำเนินความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศอย่างแข็งขันภายใต้ขีดความสามารถ โดยการอัดฉีดพลังความเข้มแข็งของจีนในการพัฒนาระดับโลก
ประมวลโดย พลโท ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.gov.cn/xinwen/2021-01/10/content_5578617.htm )











