หน้าแรก กิจกรรมสมาคมฯ สื่อไทยเปิดมุมมองใหม่! เข้าร่วมอบรมพัฒนาทักษะที่ปักกิ่ง

สื่อไทยเปิดมุมมองใหม่! เข้าร่วมอบรมพัฒนาทักษะที่ปักกิ่ง

95

สื่อไทยเปิดมุมมองใหม่! เข้าร่วมอบรมพัฒนาทักษะที่ปักกิ่ง

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 โครงการอบรมพัฒนาทักษะผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนไทย ได้ฤกษ์เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายหลี่ เหิงเทียน รองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาและฝึกอบรม สำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน (CICG) เป็นประธานในพิธีเปิดอันอบอุ่น

คณะผู้สื่อข่าว สื่อมวลชน และนักวิชาการไทย จำนวน 27 ท่าน จาก สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ซึ่งเป็นคณะจากไทยในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสื่อสองชาติ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะครั้งนี้ ภายใต้การสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และ CICG โดยมีกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหน่วยงานสนับสนุน ซึ่งทางคณะจากไทย ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เป็นผู้นำคณะเข้าอบรม

นายหลี่ เหิงเทียน ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยด้วยความยินดีอย่างยิ่ง พร้อมเน้นย้ำถึงมิตรภาพอันยาวนานและแน่นแฟ้นระหว่างจีนและไทย โดยอ้างถึงสุภาษิตจีนอันลึกซึ้งที่ว่า “海内存知己,天涯若比邻” (แม้อยู่ไกลสุดฟ้า ก็เหมือนอยู่ใกล้กัน หากมีมิตรแท้) เพื่อสะท้อนถึงความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม ประเพณี และความเข้าใจซึ่งกันและกันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายหลี่ เหิงเทียน ยังได้เชื่อมโยงความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมระหว่างสองชาติ อาทิ ประเพณีสงกรานต์ของไทยกับเทศกาลที่คล้ายคลึงในจีน รวมถึงศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่างหนังตะลุงของไทยกับศิลปะเชิดหนังของจีน อีกทั้งยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ชาวไทยลื้อและชนกลุ่มน้อยในจีนที่มีภาษาและวัฒนธรรมร่วมกัน

ในด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี นายหลี่ เหิงเทียน ได้ฉายภาพความก้าวหน้าอันรวดเร็วของจีนในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI), ยานยนต์พลังงานใหม่, การท่องเที่ยว และอิทธิพลของสื่อบันเทิงจีนระดับโลก เช่น ละครเรื่อง “หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร” ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดผู้ชมกว่า 100 ล้านครั้ง

เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปีนี้ นายหลี่ เหิงเทียน ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง (LMC) ที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พร้อมเปรียบเปรยความร่วมมือเหล่านี้ดั่ง “ต้นไม้แห่งมิตรภาพที่เบ่งบานอย่างงดงาม”

เป้าหมายสำคัญของการอบรมในครั้งนี้คือการเสริมสร้างความเข้าใจของสื่อมวลชนไทยต่อประเทศจีนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ “DeepSeek” ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างทางนวัตกรรมและค่านิยมของจีน

ภายในพิธีเปิดยังมีการแนะนำประวัติและบทบาทสำคัญของ CICG ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการผลิตสื่อหลากหลายรูปแบบกว่า 3,000 รายการ ใน 40 ภาษา และเผยแพร่ไปยัง 180 ประเทศทั่วโลก รวมถึงการมีสำนักงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด

ด้าน ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ในฐานะหัวหน้าคณะอบรม ได้กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น และเน้นย้ำว่าโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนไทย-จีน ในโอกาสพิเศษของการครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต โดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา ฝึกอบรม และแลกเปลี่ยนทักษะ เพื่อยกระดับมาตรฐานของสื่อมวลชนไทยในเวทีโลก

ดร.สืบพงษ์ ยังได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ที่มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมสัมมนา ฝึกอบรมระยะสั้นและยาว การนำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานในจีน รวมถึงโครงการพัฒนาทักษะภาษาจีน เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพของนักข่าวไทยให้สามารถสื่อสารและถ่ายทอดข่าวสารได้อย่างลึกซึ้งและแม่นยำยิ่งขึ้น

ในช่วงท้ายของพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมอบรมได้แนะนำตัวและแลกเปลี่ยนความรู้สึก รวมถึงความคาดหวังต่อโครงการ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนทั้งสองชาติ

การอบรมครั้งนี้มีระยะเวลา 15 วัน อัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการบรรยายเชิงวิชาการ การเยี่ยมชมหน่วยงานด้านสื่อ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษาดูงานในสถานที่สำคัญ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวไทยได้รับประสบการณ์ตรงและนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน รวมถึงถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุม และลึกซึ้งเกี่ยวกับประเทศจีนสู่สังคมไทย

โครงการอบรมพัฒนาทักษะผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนไทย ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองชาติในระยะยาว