คณะผู้สื่อข่าว-นักวิชาการไทย เยือนสถาบันเอเชียแปซิฟิกศึกษา ณ กรุงปักกิ่ง แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการวิจัย ความสัมพันธ์ไทย-จีนและแนวทางความร่วมมือในอนาคต
ปักกิ่ง, 30 เมษายน 2568 — เวลา 09.00 น. คณะผู้เข้าอบรมในโครงการพัฒนาทักษะผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนไทย ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ประธานหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน และที่ปรึกษาหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ได้เดินทางเยือน สถาบันเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกิจการต่างประเทศแห่งประเทศจีน (China Foreign Affairs University – CFAU) เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความสัมพันธ์ไทย-จีนและแนวทางความร่วมมือในอนาคต

โดยมี ศ.ดร.หยาง เยว่ รองผู้อำนวยการและนักวิจัยประจำสถาบันฯ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยและอาจารย์ของสถาบันฯ ร่วมให้การต้อนรับและแนะนำบทบาทและหน้าที่ของสถาบันฯที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1950 ซึ่งถือเป็นสถาบันฯชั้นนำของจีนในด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 2,000 คน รวมถึงนักศึกษาต่างชาติกว่า 200 คน จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
จุดเน้นของสถาบันฯมีภารกิจหลัก เช่น การผลิตบุคลากรด้านการทูต เปิดสอนวิชาด้านการเมือง การต่างประเทศ ภาษา และความมั่นคงระหว่างประเทศ, การวิจัยและเผยแพร่แนวคิดประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ (Community with a Shared Future for Mankind), และการเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการทูตในระดับภูมิภาค รวมถึงวิจัยและศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนโยบายระหว่างประเทศ และได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก
ในโอกาสนี้ คุณซงเซียว หยวน ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาและฝึกอบรม สำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน (CICG) ได้แนะนำบทบาทของหน่วยงานในฐานะหน่วยงานที่โครงการฝึกอบรมให้แก่สถาบันเอเชียแปซิฟิกศึกษาฯ ขณะที่ ผศ.ดร.สืบพงษ์ฯ เน้นย้ำถึงเป้าหมายของโครงการฝึกอบรมฯเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้ประโยชน์ในการสื่อสารที่สร้างสรรค์เพื่อสังคมและประเทศชาติในอนาคต
จากนั้น ได้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ไทย-จีนและความร่วมมือในการพัฒนา”โดยมีการแลกเปลี่ยนกันในหลายประเด็น ทั้งเรื่องของพลังงานสะอาด(พลังงานสีเขียว) วิกฤตสภาพอากาศ เทคโนโลยี โดยฝ่ายจีนได้กล่าวถึงแนวคิด “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ว่าแม้จะเป็นวลีที่ใช้กันมานาน แต่วันนี้ควรถูกเติมเต็มด้วยวิสัยทัศน์ใหม่อย่าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ” ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อเน้นย้ำการอยู่ร่วมกันของมนุษย์บนโลกใบเดียว เปรียบได้อยู่ในเรือลำเดียวกัน ซึ่งทุกประเทศต้องร่วมมือกันเผชิญความท้าทาย ทั้งด้านวิกฤตพลังงาน สงครามการค้า และภัยธรรมชาติ
ขณะ รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวตอบประเด็น “อาเซียนมองจีนอย่างไร” ว่า ประเทศในอาเซียนมีความรู้สึก “ทั้งหวังและกังวล” ต่อจีน โดยมองจีนเป็นตลาดใหญ่ที่สร้างโอกาสทางการค้า แต่ขณะเดียวกันก็เกรงว่าการไหลทะลักของสินค้าจีนจากผลกระทบสงครามการค้ากับสหรัฐฯ อาจกระทบผู้ผลิตในภูมิภาค และยังเสนอแนวทาง ทางการทูตที่ดี ที่จำเป็นต้องทำในขณะนี้เพื่อเป็นการสร้างความไว้วางใจ พร้อมเสนอ 4 แนวทางสำหรับจีนซึ่งได้มีการนำเสนอและเผยแพร่ใน China Daily อาทิ การให้ข้อเสนอที่เกินกว่า FTA หรือ RCEP เดิม, การสนับสนุนทางการเงินในภาวะวิกฤต, การระงับข้อพิพาททางการค้า เพราะหลายประเทศขาดดุลการค้าจากสงครามการค้า จีนอาจจะมีแนวทางให้เงินกู้แบบฉุกเฉินในภาวะวิกฤต พร้อมระบุว่า ภาพลักษณ์ด้านลบของจีนในสายตาอาเซียนมีอยู่จริง แต่หลายคนที่มีทัศนคติด้านลบ และได้มีโอกาสเดินทางมาจีน หลายคนก็มีทัศนคติที่ดีขึ้น เพราะได้เห็นจีนในมุมมองที่หลากหลาย ทั้ง โครงการร่วมมือต่างๆระหว่างจีน-อาเซียน ตลอดจนการพัฒนาและเศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับคณะผู้เข้าอบรมที่เดินทางมาในวันนี้ได้มองเห็นจีนจากสายตาตนเอง ถือเป็นโอกาสดี ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การพบปะแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สะท้อนพลังของการสื่อสาร ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความร่วมมือ ความจริงใจ และการเติบโตร่วมกันในภูมิภาคและระดับโลก
















