เขตการค้าเสรีไห่หนานเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นในการเปิดประเทศจีน
โดย เพ่ยก่วงเจียง หวีอี้ชุน จาก หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี
เขตการค้าเสรีไห่หนานได้กำหนดให้มีการเริ่มต้นปิดด่านศุลกากรอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธันวาคมปีนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงเป็นโครงการเชิงสัญลักษณ์ของการก่อสร้างเขตการค้าเสรีไห่หนานและมีความสำคัญในเชิงหมุดหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของจีนในการขยายการเปิดกว้างสู่ภายนอกในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้า



การสร้างเขตการค้าเสรีไห่หนานเป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านการปฏิรูปและการเปิดประเทศในยุคใหม่ ซึ่งได้รับการวางแผนและผลักดันโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา อาศัยความได้เปรียบจากตลาดภายในประเทศขนาดมหาศาลและการเชื่อมโยงกับกฎระเบียบทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในระดับสูง การพัฒนาเขตการค้าเสรีไห่หนานได้ก่อรูปและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดึงดูดให้บริษัททั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกเข้ามาลงทุนและประกอบกิจการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ที่เปิดกว้างและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการปฏิรูปและการเปิดประเทศของจีนในยุคใหม่ เขตการค้าเสรีไห่หนานได้กลายเป็นแนวหน้าในด้านการเปิดประเทศเชิงระบบแห่งใหม่ของจีน เป็นแหล่งร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันแห่งใหม่ของภูมิภาค และเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงท่าทีเปิดกว้างของจีนที่พร้อมแบ่งปันโอกาสและส่งเสริมการพัฒนาร่วมกับนานาประเทศ
การปิดด่านศุลกากรไม่ใช่การปิดเกาะไห่หนาน แต่เป็นการขยายการเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น โดยขอบเขตของสินค้าที่ได้รับสิทธิ์ “ปลอดภาษี” ได้ขยายเพิ่มเป็นประมาณ 6,600 พิกัดภาษี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 74 ของพิกัดภาษีทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 53 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับก่อนการปิดด่านศุลกากร พร้อมทั้งมีการกำหนดให้ใช้มาตรการกำกับดูแลที่มีการแทรกแซงต่ำและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับสินค้าปลอดภาษีและสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการผ่อนคลายการบริหารทางการค้า เป็นต้น การดำเนินงานปิดด่านศุลกากรทั่วทั้งเกาะของเขตการค้าเสรีไห่หนานจะใช้ระบบนโยบายการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกที่มีลักษณะพื้นฐานคือ “เปิดเสรีที่แนวเส้นแรก ควบคุมที่แนวเส้นที่สอง และเสรีภายในเกาะ” ซึ่งรวมถึงนโยบายสินค้าปลอดภาษีที่เอื้อประโยชน์มากยิ่งขึ้น มาตรการบริหารทางการค้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น มาตรการอำนวยความสะดวกด้านการผ่านเข้าออกที่สะดวกมากขึ้น และรูปแบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เมื่อมาตรการปิดด่านศุลกากรเตรียมพร้อมสมบูรณ์ และทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพและระบบซอฟต์แวร์พร้อมใช้งานอย่างครบถ้วน พื้นที่เปิดเสรีสมัยใหม่ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลและเต็มไปด้วยพลังชีวิตแห่งนี้ จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ในการพัฒนาคุณภาพสูงของจีน และเป็นแบบอย่างใหม่ของการเปิดประเทศสู่ภายนอกในระดับที่สูงยิ่งขึ้นของจีน
เมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดกว้างในรูปแบบการเคลื่อนย้ายสินค้าและปัจจัยการผลิตแบบดั้งเดิมแล้ว การเปิดกว้างเชิงระบบ ซึ่งมีเนื้อหาหลักคือ กฎเกณฑ์ ระเบียบ การบริหารจัดการ และมาตรฐาน ถือเป็นการเปิดกว้างในระดับที่สูงกว่า การพัฒนาเขตการค้าเสรีไห่หนานก็กำลังมุ่งมั่นที่จะให้เทียบเคียงกับรูปแบบการเปิดกว้างในระดับสูงที่สุดของโลกในปัจจุบัน ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นและกฎเกณฑ์รวมถึงความคาดการณ์ที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้แก่ทั้งผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลระบุว่า ในปี 2024 ท่ามกลางนโยบายการกีดกันทางการค้า ไห่หนานมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนวิสาหกิจที่ใช้เงินทุนจากต่างประเทศกว่า 2,000 แห่ง คิดเป็นอัตราการเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีประมาณร้อยละ 20 และในการประชุมการประชุมเชิญชวนการลงทุนอุตสาหกรรมระดับโลก เขตการค้าเสรีไห่หนาน ปี 2025 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนเมษายนปีนี้ มีการลงนามโครงการรวม 265 โครงการ คิดเป็นมูลค่าสัญญารวมประมาณ 2.336 แสนล้านหยวน จนถึงปัจจุบันมีประเทศและภูมิภาครวม 176 แห่งเข้ามาลงทุนในไห่หนาน ทำให้ระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไห่หนานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 35 การที่ทุนจากทั่วโลกเร่งเพิ่มการลงทุนในไห่หนาน คือการลงคะแนนแห่งความไว้วางใจต่อการเปิดประเทศในระดับสูงของจีน
เขตการค้าเสรีไห่หนานที่ได้ก่อรูปและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นภาพสะท้อนที่มีชีวิตชีวาของการเปิดประเทศของจีน มุ่งสู่อนาคต จีนจะยึดมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพสูงด้วยการเปิดประเทศในระดับสูง และจะสร้างคุณูปการใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในการผลักดันการสร้างระบบเศรษฐกิจโลกแบบเปิดและการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ
(ผู้เขียน บรรณาธิการอาวุโสประจำกองบรรณาธิการต่างประเทศ และนักวิจารณ์ประเด็นระหว่างประเทศของหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี)















