สถาบันขงจื่อ ม.มหาสารคาม–ม.ขอนแก่น เดินหน้าจัดแข่งขันทักษะภาษาจีนระดับอุดมศึกษา ภาคอีสาน ครั้งที่ 9 ชิงรางวัล “เส้นทางสายไหม”

50

สถาบันขงจื่อ ม.มหาสารคาม–ม.ขอนแก่น เดินหน้าจัดแข่งขันทักษะภาษาจีนระดับอุดมศึกษา ภาคอีสาน ครั้งที่ 9 ชิงรางวัล “เส้นทางสายไหม”

สถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับสถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดการแข่งขันทักษะความรู้ภาษาจีนระดับอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 9 ชิงรางวัล “เส้นทางสายไหม” โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานกงสุลสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อาคารวัฒนธรรมสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม นางหลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันภาษาจีนในปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “5 ทศวรรษแห่งมิตรภาพไทย–จีน ใช่อื่นไกล” มุ่งส่งเสริมความสนใจด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนแก่เยาวชนในภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมตอกย้ำบทบาทของภาษาจีนในฐานะสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและภาพลักษณ์องค์กร กล่าวว่า ปีนี้เป็นวาระสำคัญที่ไทยและจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมกันครบ 50 ปี ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างทั้งสองประเทศมีความเข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเรียนภาษาจีนในไทยก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยเพิ่มทักษะสำคัญให้เยาวชนและเปิดโอกาสสู่เวทีระหว่างประเทศ การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นพื้นที่สำคัญให้ นิสิต–นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ และเป็นอีกกลไกในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ด้านนางหลิว หงเหมย กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีที่มีความหมายต่อความสัมพันธ์ไทย–จีน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความร่วมมือใกล้ชิดในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา วัฒนธรรม และเมื่อเร็ว ๆ นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่มั่นคงยิ่งขึ้น

การแข่งขันภาษาจีนระดับอุดมศึกษาครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสถาบันในภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากนักศึกษาจาก สปป.ลาว ศรีลังกา และอินโดนีเซียอีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนภาษาจีนเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่วัยรุ่นทั้งไทยและต่างชาติ

กงสุลใหญ่ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานที่ใช้ทักษะภาษาไทย–จีนยังเป็นที่ต้องการสูง ทั้งจากบริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในภาคอีสานและตลาดแรงงานจีนโดยรวม ผู้ที่มีความสามารถด้านภาษาจีนจึงมีโอกาสประกอบอาชีพได้หลากหลาย พร้อมช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่านักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันในวันนี้ อาจก้าวสู่บทบาท “ทูตสันถวไมตรี” ไทย–จีนในอนาคต