9 มิถุนายน 2026 การประชุม “2026 China-ASEAN Media Cooperation Forum” หรือ ฟอรัมความร่วมมือสื่อจีน-อาเซียน 2026 จัดขึ้น ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรวบรวมผู้บริหารสื่อ นักข่าว ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร และผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อดิจิทัลจากประเทศสมาชิกอาเซียนและจีน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัล ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประชาชนในภูมิภาค
ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก (3 Sessions) ได้แก่
- Opening Ceremony – พิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาโดยผู้แทนจากรัฐบาลจีน อาเซียน และองค์กรสื่อชั้นนำ
- Main Forum – การบรรยายพิเศษและพิธีเปิดตัวโครงการความร่วมมือด้านสื่อและเยาวชนจีน-อาเซียน
- Roundtable Dialogues – การเสวนาโต๊ะกลม 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่
* Dialogue I: Social Responsibility and the Media’s Mission in Our Times
* Dialogue II: Innovative Practice and Diverse Development in the Digital Age
ดร.ภากร กัทชลี ร่วมเสวนาโต๊ะกลมด้านความรับผิดชอบของสื่อ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ Roundtable Dialogue I: Social Responsibility and the Media’s Mission in Our Times ซึ่งมุ่งหารือถึงบทบาทของสื่อและผู้สร้างเนื้อหาในการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ และการรับมือกับความท้าทายในโลกข้อมูลข่าวสารยุคใหม่
ในเวทีดังกล่าว ดร.ภากร กัทชลี รองเลขาธิการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งเพจ “อ้ายจง” ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นผู้เสวนาจากประเทศไทย และได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และสื่อใหม่ในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนจีนและอาเซียน
ดร.ภากรกล่าวว่า ตนเติบโตในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพฯ และมีความผูกพันกับวัฒนธรรมจีนมาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะได้รับทุนรัฐบาลจีนไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเป่ยหาง กรุงปักกิ่ง ในปี 2011 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นจีนจากมุมมองของผู้ที่ได้สัมผัสจริง แตกต่างจากภาพจำที่มักถูกนำเสนอผ่านสื่อระหว่างประเทศ

ในการตอบคำถามเรื่อง ความรับผิดชอบต่อสังคมของอินฟลูเอนเซอร์ ดร.ภากรระบุว่า การก่อตั้งเพจ “อ้ายจง” เมื่อปี 2013 มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับจีนจากประสบการณ์ตรงแก่ผู้ชมชาวไทย โดยมุ่งเน้นเนื้อหาที่มีสาระมากกว่าความหวือหวา พร้อมชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาของจีนในด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรม มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเทศอาเซียน
“หน้าที่ของผมในฐานะสื่อ ไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ให้จีน แต่คือการลดช่องว่างด้านข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนไทยสามารถเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น” ดร.ภากรกล่าว
ในประเด็นเกี่ยวกับ รูปแบบเนื้อหาที่สร้างสรรค์และนวัตกรรมสื่อ ดร.ภากรอธิบายว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เพจอ้ายจงได้พัฒนาการนำเสนอผ่านทั้งบทความ ภาพ อินโฟกราฟิก วิดีโอสั้น และการถ่ายทอดสด โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมผู้ติดตาม เพื่อทำความเข้าใจว่าคนไทยสนใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับจีนในประเด็นใด ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาเนื้อหาให้ตอบโจทย์ผู้รับสารมากที่สุด
เขากล่าวว่า แนวทางดังกล่าวทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับจีนไม่ได้เป็นเพียง “ข่าวต่างประเทศ” แต่กลายเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทย และช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในช่วงท้ายของการเสวนา ดร.ภากรเน้นย้ำว่า ในยุคสื่อดิจิทัล บทบาทของผู้สร้างเนื้อหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ข้อมูล แต่ยังต้องช่วยลดความหวาดระแวงต่อสิ่งที่ไม่คุ้นเคย และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างผู้คนในภูมิภาค
“จีนและอาเซียนมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง และความสัมพันธ์ดังกล่าวจะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นในอนาคต หากความเข้าใจระหว่างประชาชนเติบโตไม่ทันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ความสัมพันธ์นั้นก็อาจเปราะบางได้ สื่อมวลชนและผู้สร้างเนื้อหาทุกคนจึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน” ดร.ภากรกล่าวปิดท้าย
ฟอรัมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของจีนและประเทศสมาชิกอาเซียนในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมกันกำหนดทิศทางการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
















