นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน ร่วมเวทีเอเชีย–แปซิฟิกที่เซินเจิ้น ชูความร่วมมือสื่อสร้างความเข้าใจ ก่อนจีนเป็นเจ้าภาพประชุมผู้นำ APEC 2026
ผศ.(พิเศษ) ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน เข้าร่วมการประชุม Asia-Pacific Media Forum 2026 (APMF 2026) เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ณ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เวทีสำคัญที่รวบรวมผู้บริหารองค์กรสื่อ ผู้สื่อข่าว และผู้แทนจากประเทศและเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของสื่อในการส่งเสริมความเข้าใจ ความร่วมมือ และการพัฒนาของภูมิภาค ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมของจีนในฐานะเจ้าภาพ APEC 2026
การประชุมจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Building A Path to Shared Prosperity for the Asia-Pacific Community: Media Consensus and Action” หรือ “ร่วมปูทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก: ฉันทามติและการขับเคลื่อนของสื่อ” จัดโดยสำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) และเครือข่ายพันธมิตร โดยมุ่งสร้างพื้นที่สำหรับสื่อในภูมิภาคในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาแนวทางความร่วมมือ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ของไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญในการสื่อสารข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์สื่อ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ผศ.(พิเศษ) ดร.กำพล กล่าวว่า โลกสื่อกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การผลิตเนื้อหา ไปจนถึงการเผยแพร่ข่าวสาร แต่หัวใจสำคัญของวิชาชีพสื่อยังคงอยู่ที่ “การตรวจสอบข้อเท็จจริง วิจารณญาณทางวิชาชีพ และความรับผิดชอบต่อสังคม”
ในยุคที่ประชาชนทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตและเผยแพร่ข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือได้ สื่อวิชาชีพยิ่งจำเป็นต้องรักษาความน่าเชื่อถือ พร้อมยกระดับความร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อในภูมิภาค ทั้งด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง การแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากรข่าว การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ในงานสื่อ
ก่อนเข้าสู่เวทีการประชุม ผู้แทนสื่อยังได้ศึกษาดูงานในพื้นที่สำคัญของมณฑลกวางตุ้ง เพื่อสัมผัสพัฒนาการของ Guangdong–Hong Kong–Macao Greater Bay Area ทั้งด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรม เทคโนโลยี การผลิตอัจฉริยะ และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยง “งานวิจัย–เทคโนโลยี–อุตสาหกรรม–ตลาด” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.(พิเศษ) ดร.กำพล ระบุว่า ประสบการณ์จากการเดินทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า บทบาทของสื่อในอนาคตไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรายงานว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ต้องช่วยอธิบายว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นหมายความว่าอย่างไร และจะส่งผลต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมอย่างไร” โดยเฉพาะเมื่อ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว
สำหรับสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนไทย–จีน ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อในระดับภูมิภาค เพื่อให้การสื่อสารเป็นกลไกสร้างความเข้าใจ ลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และสร้างความไว้วางใจระหว่างประชาชน
เวทีสื่อระดับสูงครั้งนี้ยังมีความสำคัญในช่วงที่จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ณ เมืองเซินเจิ้น ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะเป็นอีกวาระสำคัญของภูมิภาคในการกำหนดทิศทางความร่วมมือและการพัฒนาในอนาคต
“ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ความท้าทายของสื่อไม่ใช่การทำให้ข้อมูลเดินทางเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ข้อเท็จจริงเดินทางไปถึงประชาชนอย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกัน เพราะความร่วมมือของสื่อสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความร่วมมือของภูมิภาคได้” ผศ.(พิเศษ) ดร.กำพล กล่าว
นอกจากนี้ ผศ. (พิเศษ) ดร.กำพล ยังได้เปิดเผยถึงความประทับใจตลอดการลงพื้นที่ศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 3–4 กันยายนชก่อนการประชุมว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งไม่ใช่เพียงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่คือภาพรวมของ “จีนยุคใหม่” ที่สามารถบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง สุขภาพของผู้คน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ นับตั้งแต่การเยือน DeRUCCI ที่ผสานภูมิปัญญาตะวันออกเข้ากับ AI เพื่อยกระดับสุขภาวะการนอน, การชมนวัตกรรมของ OPPO ที่ขยายขอบเขตจากสมาร์ตโฟนสู่ระบบนิเวศการดูแลสุขภาพและฟิตเนสอัจฉริยะ, การเยือน BYD เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งยังคงตื่นตากับการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในอุณหภูมิต่ำ ไปจนถึงการเยี่ยมชมพื้นที่ชุ่มน้ำป่าชายเลนเซินเจิ้น (Shenzhen Mangrove Wetland) ซึ่งเป็นจุดแวะพักสำคัญของฝูงนกอพยพจากทางเหนือที่เชื่อมโยงเส้นทางระบบนิเวศลงมาถึงไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนว่า การก้าวสู่ความทันสมัยของจีนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความล้ำหน้าของเทคโนโลยีหรือตึกสูง แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์ นวัตกรรม และธรรมชาติอย่างยั่งยืน














