‘อาเซียน–จีน’ จับมือ เร่งเชื่อมเศรษฐกิจ เปิดเกมรุกฝ่าวิกฤตการค้าโลก

30
(220506) -- NANJING, May 6, 2022 (Xinhua) -- Aerial photo taken on May 6, 2022 shows a view of the Longtan Container Terminal of Nanjing Port in Nanjing, Jiangsu province. Recently, in addition to epidemic prevention and control, Jiangsu Port Group has made efforts in the transportation of people's livelihood materials and important production materials, so as to ensure the safety and stability of the industrial chain and supply chain. (Xinhua/Li Bo)

เซี่ยงไฮ้, 25 เม.ย. (ซินหัว) – ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นของการค้าโลก ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซียและจีนได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยในเวทีสัมมนาอาเซียน-จีน ที่จัดขึ้นล่าสุด ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วนต่างเห็นพ้องถึงศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการระดับภูมิภาค และต่อต้านกระแสการกีดกันทางการค้าที่กำลังเพิ่มขึ้น
โลว์ เคียน ชวน (Low Kian Chuan) ประธานสภาธุรกิจมาเลเซีย–จีน (Malaysia China Business Council) กล่าวว่าการที่มาเลเซียดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือเพื่อบูรณาการภูมิภาคและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเขาระบุว่าการลงนามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ฉบับที่ 3.0 จะเป็นหนึ่งในวาระหลักของปีนี้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและขยายความร่วมมือในหลายมิติ
นับตั้งแต่การเปิดตัวเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับแรกในปี 2010 ความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกันและกันต่อเนื่องถึง 5 ปีติดต่อกัน แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะการค้าโลก แต่ในไตรมาสแรกของปี 2025 มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนยังเติบโตขึ้นถึง 7.1%
วอง ชุน ไว (Wong Chun Wai) ประธานสำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (Malaysian National News Agency) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับจีน ด้วยการรวมทรัพยากรเพื่อสร้างตลาดขนาดใหญ่และพัฒนาโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค เขาเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ท่ามกลางแนวโน้มของภาคธุรกิจทั่วโลกที่เริ่มลดการพึ่งพาตลาดเดียว
โลว์ ยังกล่าวถึงโอกาสความร่วมมือในอนาคตที่น่าจับตา เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงการปรับโครงสร้างห่วงโซ่มูลค่าโลก โดยเขาเน้นว่าการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจัง จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืนในภูมิภาค
ลี บุน ไช (Lee Boon Chye) ประธานบริษัท ไบโออีโคโนมี คอร์ปอเรชัน (Bioeconomy Corporation) และที่ปรึกษาศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ภูมิภาค (Centre of Regional Strategic Studies – CROSS) ประเทศมาเลเซีย เรียกร้องให้ประเทศในอาเซียนใช้โอกาสในการเข้าถึงศักยภาพของจีนในด้าน AI พร้อมแนะนำให้ขยายความร่วมมือด้านการวิจัยร่วมกัน นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการขยายข้อตกลงภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์ให้กว้างขึ้น และเพิ่มความร่วมมือในระบบห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อุตสาหกรรมใหม่ของจีน โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเทียม และพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคอาเซียน โดยบริษัทชั้นนำอย่างบีวายดี (BYD) และ จี๋ลี่ (Geely) ได้ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมในท้องถิ่น
ในเวทีเดียวกันนี้ ยังมีการเปิดเผยรายงานวิจัยร่วมระหว่างสำนักงานบริการข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจจีน (CEIS) และสำนักข่าวซินหัว ที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดขนาดใหญ่ของจีนและอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 2 พันล้านคน จะสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค และเป็นเกราะป้องกันแนวโน้มการกีดกันทางการค้าในระดับโลก โดยการลงนามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ฉบับที่ 3.0 ที่กำลังจะเกิดขึ้น คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความร่วมมือที่มีมาตรฐานสูงขึ้น เชื่อมโยงแน่นแฟ้นขึ้น และครอบคลุมยิ่งขึ้นระหว่างอาเซียนและจีน
(เนื้อหาโดย Gao Pan, เรียบเรียงโดย Yu Huichen, Xinhua Silk Road, https://en.imsilkroad.com/p/345270.html)