หน้าแรก กิจกรรมสมาคมฯ ถอดบทเรียนจาก ศราวุธ กองกันภัย ผู้บริหารร้านอาหาร และ อ.ภากร กัทชลี เพจอ้ายจง 

ถอดบทเรียนจาก ศราวุธ กองกันภัย ผู้บริหารร้านอาหาร และ อ.ภากร กัทชลี เพจอ้ายจง 

66

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดเสวนาถอดบทเรียนจาก ศราวุธ กองกันภัย ผู้บริหารร้านอาหาร และ อ.ภากร กัทชลี เพจอ้ายจง 

หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 1 (Young Executive Program) ซึ่งจัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับหอการค้าไทย—จีน โดยการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รายการจับจ้องมองจีน และ China Media Group ได้จัดเสวนาถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรงของวิทยากร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ  โดยวิทยากรในสัปดาห์นี้ได้แก่

– คุณศราวุธ กองกันภัย ผู้ประกอบการร้านอาหาร Wine miss you
– อาจารย์ภากร  กัทชลี เจ้าของเพจอ้ายจง ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ซึ่งหัวข้อการถอดบทเรียนเริ่มจากการทำธุรกิจของไทย และต่อด้วยองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับจีนที่ ภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว ควรทราบ โดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรม การท่องเที่ยวของจีน

คุณศราวุธ ผู้ประกอบการร้านอาหาร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นก่อนที่จะทำธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เกิดจากความชอบเครื่องดื่มจึงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับไวน์แต่ละชนิด และหาช่องทางในการซื้อแบบขายส่งเพื่อให้ได้ในราคาถูก จากนั้นได้โพสต์ในสื่อโซเชียล ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีกฎหมายห้ามในการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่องทางออนไลน์ จึงทำเนื้อหาให้ความรู้ว่า ไวน์แพริ่ง (wine pairing) หรือการจับคู่อาหารให้เข้ากับไวน์ เพื่อให้ความรู้ด้านไวน์กับลูกค้า มีจุดขายที่คนสนใจ ทำให้มีคนสนใจและมีการสั่งซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ  จึงค่อยๆ ขยับสู่การทำร้านอาหารและไวน์

คุณศราวุธ กล่าวว่าตอนแรกจะเปิดร้านแค่ขายไวน์เท่านั้น แต่พอคนให้ความสนใจในเรื่องไวน์แพริ่ง ทำให้มองเห็นถึงอาหารที่ทานคู่กับไวน์ จึงไปเรียนทำอาหารอิตาเลียน จนเป็นที่มาของการทำพิซซ่าเพื่อขาย การเลือกวัตถุดิบก็สำคัญ เพราะลูกค้าที่เข้ามารับประทาน ต่างก็มีประสบการณ์ในการทานอาหารที่ดี ด้วยความหลากหลายของรสชาติอาหารที่ถูกปากต่างกัน ทางร้านจึงต้องให้ความใส่ใจในการเลือกสรรอาหารที่จะมาเป็นเมนูในร้าน และด้วยการรับฟังคำติชมของลูกค้า นำมาปรับปรุงเป็นรสชาติที่ลงตัวมากขึ้น

คุณศราวุธ ยังกล่าวถึง จุดแข็งที่ทำให้ธุรกิจร้าน ประสบความสำเร็จก็คือ เรื่องการดูแลลูกค้า เอาใจใส่ ยกตัวอย่าง กว่าจะมาเป็นพิซซ่า 1 ถาด มันมีรายละเอียดของเรื่องส่วนผสม ทางร้านก็พยายามเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยความไม่รู้เกี่ยวกับอาหารมาก่อน ไม่รู้เลยว่าพิซซ่าถาดนึง จะต้องใส่อะไรบ้าง มันทำให้ไม่ต้องคิดเยอะ คิดแค่ว่าเราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งตอนนั้นก็ไม่สนใจเรื่องราคาของวัตถุดิบที่อาจจะราคาสูงเกินกว่าที่จะนำมาใส่ในพิซซ่า เช่น ชีสราคาแพงนำมาโรยหน้าพิซซ่า ก็ทำให้เกิดมิติใหม่ แล้วลูกค้าก็ชื่นชอบในพิซซ่าของร้าน ส่วนการเลือกไวน์ก็สำคัญ หากเลือกไม่ถูกแนวทางก็จะขายออกได้ยาก

เรื่องฐานลูกค้าก็มีผลต่อธุรกิจ ที่ตั้งร้านก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ด้วยการที่ทางร้านเริ่มจากฐานลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบทานไวน์ และด้วยราคาอาหารค่อนข้างราคาสูง ทางร้านจึงไม่ได้ทำการโฆษณาไปยังวงกว้าง เน้นแค่กลุ่มลูกค้าที่มาทานแล้วบอกต่อ และรีวิวจากลูกค้าที่มาใช้บริการจริง

หลังจากนั้นเป็นวิทยากร อาจารย์ภากร  กัทชลี เจ้าของเพจอ้ายจง และอาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บรรยายต่อ

อาจารย์ภากร บรรยายว่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในประเทศจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้แก่ นโยบายของรัฐบาล, การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล, กระแสความนิยมในแบรนด์จีน, การฟื้นฟูชนบท  และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

นโยบายรัฐบาลและการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ของจีน เริ่มจากรัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมีนโยบายและมาตรการสนับสนุนต่างๆ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวในชนบท, การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม, และการสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจีน

สำหรับเรื่องนวัตกรรมดิจิทัลและการท่องเที่ยวอัจฉริยะก็เป็นอีกสิ่งที่จีนให้ความสำคัญ  เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยว, การจองตั๋ว, การนำทาง, และการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การท่องเที่ยวอัจฉริยะยังช่วยให้การจัดการการท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในเรื่องการเติบโตของกระแสความนิยมในแบรนด์จีน กระแสความนิยมในแบรนด์จีนหรือสินค้าที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ประเพณีวัฒนธรรมจีนและความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า “China Chic” กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ซึ่งทำให้เกิดการฟื้นฟูชนบทและมรดกทางวัฒนธรรม ทำให้เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยรัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ชนบทให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และมีการอนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

สำหรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มใหม่ พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากขึ้น และมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าสนใจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเติบโต

ตัวอย่างความสำเร็จ:

มณฑลกุ้ยโจว: เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการใช้การท่องเที่ยวเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ฟุตบอลหมู่บ้าน: เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในจีน ซึ่งสามารถสร้างรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวในชนบทได้

เกม Black Myth: Wukong: เป็นเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมจีนเรื่อง “ไซอิ๋ว” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำวัฒนธรรมจีนมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

ในเรื่องโซเชียลมีเดียกับการท่องเที่ยว โซเชียลมีเดียจีนที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว มีหลายแพลตฟอร์ม เช่น Xiaohongshu, Weibo, Douyin, Mafengwo, Ctrip, Dianping, และ Sohu เป็นช่องทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวในการค้นหาข้อมูล, แบ่งปันประสบการณ์, และวางแผนการเดินทาง

จึงกล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในประเทศจีนกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมีปัจจัยหลายประการที่สนับสนุนการเติบโตนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถเรียนรู้จากจีนเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวจีน